พูดถึงข่าว : คดี ปลาวาฬ

มกราคม 7th, 2012 admin ไม่มีความเห็น

[6 มกราคม] ตำรวจภูเก็ตแถลงรวบ 6 โจ๋ แทงปลาวาฬ อิสสระ

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต แถลงรวบ 6 ผู้ต้องหา ร่วมกันแทงไฮโซปลาวาฬ พร้อมพวกสาหัส หลังทะเลาะกันในผับกลางเมืองภูเก็ต

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2554 ที่ สภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุม 6 ผู้ต้องหาในคดีรุมแทง ปลาวาฬ วรสิทธิ์ อิสสระ ผู้บริหารโรงแรมศรีพันวา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังมีเรื่องทะเลาะกันในผับ โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายจรุงศักด์ แสวงกิจ อายุ 29 ปี, นายสุริยา ไกรเพียร อายุ 33 ปี, นายสุชาติ พาหละ อายุ 26 ปี, นายนฤเบศน์ เทศนอก อายุ 18 ปี, นายณัฐวุฒิ คงพลับ อายุ 19 ปี และนายวสันต์ โพธิ์ทอง อายุ 19 ปี

ทั้งนี้ การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกันที่ร้านรัชฎา (ผับ) ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน คือ นายวรสิทธิ์ หรือ ปลาวาฬ อิสระ อายุ 31 ปี และนายนภดล ปรีชาวัย อายุ 30 ปี คนขับรถของนายวรสิทธิ์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่สาหัสอีก 1 คน คือ นายยุทธิพงศ์ สิมงาม อายุ 31 ปี เพื่อนของนายวรสิทธิ์

ส่วนสาเหตุมาจากผู้บาดเจ็บกับพวกประมาณ 5 คน เข้าไปเที่ยวในร้านแล้วเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับผู้ต้องหาดังกล่าว ซึ่งเป็นพนักงานดูแลร้าน แล้วถูกพนักงานทุบตีและใช้อาวุธมีดแทง ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายวรสิทธิ์ และพวกจริง ส่วนชนวนเหตุยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมให้ผู้ต้องหาได้ชี้แจง หรือให้ข้อมูลใ ดๆ กับสื่อมวลชน

อ้างอิง

ขอกล่าวก่อนน่ะครับว่าวันที่ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมผมได้มีโอกาศไปสังเกตการณ์ การแถลงข่าวด้วยตนเอง

คดีนี้แรกๆผมก็ไม่ได้คิดอ่ะไรมากเท่าไรแต่แล้วสิ่งที่ทำให้ผมกลับได้รับรู้ความจริง ว่า hiso หรือ กลุ่มทุน ทำผิดไม่ได้? ทำไหมผมคิดอย่างนั้นเหรอคุณย้อนกลับไปอ่ายข่าวน่ะครับ”อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายวรสิทธิ์ และพวกจริง ส่วนชนวนเหตุยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมให้ผู้ต้องหาได้ชี้แจง หรือให้ข้อมูลใ ดๆ กับสื่อมวลชน” ผมถามคุณตรงว่าถ้าคุณมีจิตใจยุติธรรม แล้วคุณตอบคำถามผมว่า ผู้ต้องหามีสิทธ์ พูด หรือชี้แจงความจริงกับ สื่อมวลชนหรือไม่ ? คำตอบอาจจะต่างกันออกไปแต่สำหรับผมแล้วผู้ต้องหามีสิทธิที่จะพูด เพราะอ่ะไรเหรอ?  1. ว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น  2. มาตรา ๔๐ บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้  ๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

แค่กฏหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สองอันนี้ผมว่าสังคมก็ควรรับรู้ไหวด้วย ว่าตำรวจมีเหตุผลอันได ที่ไม่ให้สื่อมวลชนได้สอบถามความเป็นของคดีต่อผู้ต้องกล่าวหา ในจุดนี้ผมยอมรับว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสื่อมวลชนแล้วไม่มีสิทธิที่ไปสอบสวนหรือหาความจริงต่อผู้ค้องกล่าวหา แต่ในเมื่อผู้ต้องกล่าวว่าจะพูดตำรวจมีสิทธิไรไปไม่ให้เขาพูด ?

สังคมไทยจะดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อ hiso ผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ ที่จะทำผิดกฏหมาย  จะมีก็แต่ คนจนที่เป็นคนผิดในสังคมของคนทั่วไป   ผมกล้าประกาศตัวตรงนี้เลยว่าถ้าผมไม่เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ค้องหาได้พูดในวันนั้น อย่างยิ่ง   ผู้ต้องหามีสิทธิจะฟ้องตำรวจในข้อหาตาม มาตรา 157แห่งประมวลกฎหมายอาญา  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ  เรื่องนี้จะจบลงที่ผู้ต้องหาทั้งหมดโดนสังคมที่ไม่รู้อ่ะไรเลย ประณาม ต่อไปหรือไม่  หรือจะมีการหาความจริงเรื่องนีอย่างยุติธรรม แล้วมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้กันต่อไปก็ต้องค่อยติดตาม

 

บทความโดย ภูเก็จ

พูดถึงข่าว : สภาฯ ผ่านร่างงบประมาณปี 55 แล้ว คะแนน 272 ต่อ 3

มกราคม 7th, 2012 admin ไม่มีความเห็น

สภาฯผ่านร่างงบประมาณปี 55 แล้ว 272 ต่อ 3 (ไอเอ็นเอ็น)

สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ. งบ 55 ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 33 เสียง โดยนายกยืนยันว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง และเสนอต่อ ครม.ในการใช้งบกลางทุกครั้งพร้อมที่จะส่งรายละเอียดให้ตรวจสอบ

หลังจากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ปี 2555 มาตรา 26 จากนั้นก็ก็ไม่มีผู้อภิปรายในมาตราใดๆ ซึ่งทำให้เข้าสู่การพิจารณาในวาระ 3 ซึ่งที่ประชุมมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2555 ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 155 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ. รวมถึงขอบคุณที่แสดงความห่วงใยในเรื่องงบกลาง 1.2 แสนล้าน โดยยืนยันว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง และเสนอต่อ ครม.ในการใช้งบกลางทุกครั้งและหลังจากนี้พร้อมที่จะส่งรายละเอียดให้ตรวจสอบ และยืนยันว่าจะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และโปร่งใส

จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 01.33 น. ที่ผ่านมา

อ้างอิง

อภิปรายร่างงบประมาณ อภิปรายทำอ่ะไรในเมืองระหว่าง อภิปราย มีฝ่ายรัฐบาล นายก หรือผู้มีอำนาจมาฟังหรือค่อยรับข้อติชมจากฝ่ายค้านไปแก้บ้างหรือป่าวก็ไม่รู้ ยังไง สส ฝ่ายรัฐบาลก็ยกผ่านร่างงบอยู่แล้ว โดยไม่สนใจหลอก ว่าร่างมันถูกต้อง หรือ ป่าว เพราะกลัวรอบหน้าไม่ได้กลับมาเป็น สส กันอีก สังคมไทยเมืองไทยจะเจริญได้ไงในเมื่อ รัฐบาล ยังใช่พวกมากแล้วล่างไป อยู่เรื่อย โดยไม่ฟังเหตุผลของฝ่ายค้านกันบ้างเลย ถ้าผมมีอำนาจเปลี่ยนแปลง ได้ ผมปล่อยเสียอิสระไปเลย ให้ สส โหวต กันด้วยเหตุผลไม่ใช่โหวต กันด้วยว่า กูสังกัด พรรคนี้ต้องยกมือให้พรรคนี้เท่านั้น เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่นักการเมืองถูกปลูกฝังกันมาช้านาน โดนไม่มีการเปลี่ยนแปลงและ ยังคงไม่ต่อไป อีกนาน….

พูดถึงข่าว : เปิดคำทำนาย เด็กชายปลาบู่ เขื่อนภูมิพลแตก 31 ธ.ค. 54

ธันวาคม 27th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

วันสิ้นปียิ่งใกล้เข้ามา กระแสข่าวคำทำนายของเด็กชายปลาบู่ที่บอกว่า เขื่อนภูมิพลจะแตกในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ยิ่งแพ่รสะพัดเร็วขึ้น S! News จึงเปิดคำทำนายของเด็กชายปลาบู่ให้ได้อ่านกันอีกครั้ง

ทั้งนี้เรื่องราวคำทำนายของเด็กชายปลาบู่ บอกเล่าผ่านนายทองใบ คำสี พ่อของเด็กชายปลาบู่ วัย 73 ปี เป็นชาวอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เนื่องจาก เด็กชายปลาบู่ เสียชีวิตมาแล้ว 37 ปี ตอนเขามีอายุได้ 5 ปี 8 เดือน กับอีก 15 วัน

ก่อนตายบุตรชาย บอกว่า อีก 15 วันหนูจะตายแล้ว หนูอยากคุยกับพ่อ และให้ไปซื้อเทปมาบันทึกเสียงเขา แต่ตนไม่ได้ทำตาม เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะตายจริง ๆ ตนได้ฟังหลาย ๆ เรื่อง แต่เขียนเพียงบางตอนที่บุตรชายได้เล่าเมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน พ.ศ.2517 เป็นเวลา 37 ปีมาแล้ว เรื่องสำคัญ ๆ ที่เขาเล่าคือ เรื่องอดีตชาติของเขา และเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยและโลกในอนาคต

มีช่วงหนึ่งปลาบู่ถามว่า เขื่อนที่ จ.ตาก เจอแผ่นดินไหวพังมั้ย? ตอนนั้นตนก็ทำงานกับพวกฝรั่ง รู้ว่ามันแข็งแรงมากขนาดไหนก็บอกไปว่า ไม่จมหรอก แต่ปลาบู่ บอกว่า หนูมองเห็นความเสียหาย มีคนตายมากมาย อำเภอสามเงา ตาก นครสวรรค์ อโยธยา ปทุมธานี นนทบุรี โรงพยาบาลศิริราช ท่าเรือคลองเตย เครื่องบินโดยสารไอพ่นจมน้ำด้วย

ทั้งนี้ ปลาบู่ต้องการให้ตนเป็น สื่อ มาบอกให้มีการเตรียมการป้องกันเขื่อนที่จะพังจากแรงแผ่นดินไหว ก่อนจะแก้ไขไม่ได้ โดยการเอาเหล็กรางรถไฟไปหุ้มให้แข็งแรงเป็นเขื่อนเหล็ก (นำรางรถไฟที่ไม่ใช้แล้ว เพราะสับเปลี่ยนเป็นรางใหม่ ซึ่งปัจจุบันวางกอง ๆ ไว้มากมายตามสถานีรถไฟ) นำไปเสริมตัวเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตาก และเขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อให้มีความแข็งแรง เพียงพอที่จะรับแรงแผ่นดินไหว เพราะการเตรียมการป้องกันไว้ก่อน เมื่อเกิดปัญหาจะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา

และเขื่อนที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้วางท่อใหญ่ ๆ เพื่อระบายน้ำจากตัวเขื่อนลงทะเล เพราะถ้าระดับน้ำในเขื่อนเต็มขึ้นมา ก็จะมีการปล่อยน้ำออกจากตัวเขื่อน น้ำก็จะท่วมบ้านเรือนที่อยู่ใต้ตัวเขื่อน แต่ถ้ามีการวางท่อใหญ่ ๆ จากตัวเขื่อนลงสู่ทะเลเลย น้ำก็จะระบายลงท่อไปสู่ทะเล ไม่ท่วมบ้านเรือนและแผ่นดินที่อยู่ข้างบน น้ำเมื่ออยู่ในท่อจะสามารถควบคุมได้ และจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระยะยาว และเรื่องการขุดคลองลัดคอคอดลูกน้ำเต้าเพื่อระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ ไหลเร็วขึ้น (ปัจจุบันเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว)

นอกจากนี้ปลาบู่ยังได้บอกว่า ในปีพ.ศ.2544 จะมีเครื่องบินชนตึก, ปี 2547 จะเกิดคลื่นยักษ์คนจะตายกันมาก ปี 2552 จะเกิดแผ่นดินไหวในต่างประเทศ, ปี 2555  จะเกิดอาเพศรุนแรง แผ่นดินไหวรุนแรงเกือบทั่วโลก จะโดนทั้งไทย พม่า ฯลฯ กรุงเทพฯ จมดินจมน้ำ เขื่อนที่จังหวัดตากก็พัง ในเวลายามสองในคืนปีใหม่ คนไทยฉลองกันสนุกสนาน เกิดแผ่นดินไหวมีคนตายมากมาย (ยามสอง คือประมาณเวลา 22.00 -24.00 น.) และ 2557 จะเกิดสงครามนิวเคลียร์!

โดยนายทองใบ คำสี บอกว่า ตนได้ฟังหลาย ๆ เรื่อง แต่เขียนเพียงบางตอน ตามเรื่องที่ปลาบู่เล่าเป็นเวลา 37 ปีมาแล้ว ปัจจุบันนี้ตนอายุ 73 ปีแล้ว เป็นห่วงประเทศชาติ และเชื่อว่าต้องเป็นความจริงตามที่ปลาบู่เล่า เพราะที่ผ่านมาเกิดขึ้นมาหมดแล้ว เหลือแต่เรื่องที่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง…

อย่างไรก็ตามนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ออกมาชี้แจงว่า ข่าวลือเกี่ยวกับคำนายของเด็กชายปลาบู่ ขณะที่ได้สร้างความตื่นตกใจแก่คนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งพบว่ามีโทรศัพท์มาสอบถามถึงกรณีดังกล่าวมากมาย บางรายถึงขั้นจะขายที่ดินที่นาหนีออกไปอยู่ที่อื่น ตนจึงอยากชี้แจงว่า เหตุแผ่นดินไหวยังไม่มีเครื่องมือสามารถทำนายล่วงหน้าได้เลย อีกทั้งพื้นที่ จ.ตาก ปกติพบแผ่นดินไหวขนาดเล็ก เพียง 3 ริกเตอร์เป็นอย่างมากเท่านั้น และเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ส่งผล กระทบใดๆ ต่อตัวเขื่อนภูมิพล ดังนั้นขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารและข่าวลือ ที่มีออกมาอยู่บ่อยครั้งในระยะนี้

ขณะที่ด้าน นายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว่า เขื่อนภูมิพลได้รับการออกแบบให้ทนกับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวถึง 7 ริกเตอร์ และเข้ากับสภาพภูมิประเทศ อีกทั้งโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้ในพื้นที่ จ.ตาก นั้นน้อยมาก นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบดูแลอยู่ตลอดเวลา รับรองได้ว่าเขื่อนภูมิพล เขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยปลอดภัยแน่นอน

อ้างอิง

เราลองมาตั้งข้อสังเกตกันหน่อยกับข่าวนี้

1.ทำไหมถึงเอามาบอกคนอื่นตอนนี้ทั้งๆที่ถ้าบอกตอนพ.ศ.2544 หาจะมีเครื่องบนชนตึก หรือหลังจากนั้นที่มีคลื่นยักษ์เข้าทางฝั่งอันดามัน

2:คนอายุขนาดนี้จะจำเนื้อเรื่องหรือต่างๆได้ขนาดนี้เลยเหรอ… ok อาจบอกว่าจดใส่กระดาษแต่ลุงก็บอกเองไม่ใช่เหรอเออว่าไม่ค่อยใส่ใจแต่ทำไหมยังเก็บกระดาษไหวอย่างนี้… หรือมันไม่มีกระดาษนั้นตั้งแต่ต้น?

 

แค่สองประเด็นนี้ก็ทำให้ผมไม่เชื่อข่าวนี้แล้ว แต่ชีวิตเราก็ควรใช่ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาณ

 

ผมจะค่อยดูว่าจะมีสื่อไหนไปสอบถามลุงคนนี้ป่าวว่าทำไหมถึงไม่เกิดเหตุการ์ณที่ลุงบอก ขอแค่ข่าวสั้นๆเล็กก็ได้  ยิ่งตอนนี้มีพวกคนนักเดาทั้งหลายออกมาผสมโรง ด้วย ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

พูดถึงข่าว : วิจาร์ณการทำงานของสื่อ

ธันวาคม 26th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

สือมวลชนไม่ว่าจะเป็นสือหลักหรือรองก็ล้วนแต่มีอิทธิผลต่อผู้บริโภคหรือประชาชนที่ได้รับสื่อ  ปัจจุบันการทำของสื่อหลายรายก็หน้าชื่นชมอยากยิ่งแต่กลับกันรายการบ้างรายการหรือแม้แต่สถานนี้วิทยุท้องถิ่นหลายๆแห่งกลับเอาข่าวที่ไม่มีแหล่งข้อมูลหรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญมายืนยันสื่อเหล่านี้ผมขอบอกเลยว่าเป็นสื่อที่ไร้จรรณยาบรรณอยากมาก กรณีที่เห็นได้ชัดเจนและยังไม่นานที่ก็คือกรณีงูกรีนแมมบ้า ซึ่งเรื่องที่ผมออกตัวตั้งแต่เริ่มมีข่าวมาเลยว่า ถ้าข่าวนี้ไม่จริงหรือจริง ก็ควรว่าผู้ที่ทำผิดมารับโทษด้วยซึ่งก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้นเอง <ไม่รู้ปัจจุบันมีใครไปตามจับไอบ้าที่เอาข้อความอย่างนี้หรือยัง> เรื่องนี้โทษคนที่เอามา post อย่างเดียวไม่ได้อ่ะครับต้องโทษสือที่เอาข่าวนี้มาเล่นด้วยเพราะถ้าใช้หลักความจริงหน่อยก็จะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งขอสังเกตง่ายๆเลย  1. งูนี้เป็นของใครทำไหมถึงรู้ว่าหลุด 2.คนที่เอามา post  เป็นใครรู้จักเจ้าของงูเหรอ  3.งูไม่ใช่งูถูกต้องตามกฎคนที่เอาเข้ามาจะมีความจริงใจพอที่จะมาแจ้งเหรอว่างูหลุด แค่คิดแค่นี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าเรื่องจริงหรือไม่จริง     อีกตัวอย่างที่ผมโครตไม่เห็นด้วยเลยคือกรณีที่บอกว่า “อย่าตากฝนนะ ****รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาประกาศแล้วว่าเตากัมมันตรังสีระเบิดแล้ว และมันจะกระจายไปทั่วเอเชีย ถ้าฝนตก ห้ามโดนฝน ให้ปิดหน้าต่างเพราะมันจะมากับลม ถ้าโดนฝนให้ใช้เบตาดีนทาบริเวนคอ เพราะมันจะซึมเข้าต่อมไทรอย ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง****”  อ้างอิง จริงเรื่องนี้มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็น bbc ออกข่าวก็มี เรื่องนี้ผมบอกพวกกลุ่มคนที่เอามา post ใน fb เลยว่า “ขอแหล่งข้อมูล” ผลที่ได้ก็บอกว่า bbc บอกมา แต่พอขอลิงค์ข่าวก็ไม่ให้หรืออีกอย่างคือไม่มีให้นั้นเอ๊ง…. เรื่องนี้ผมจำได้ว่ามี  tv บางช่องเอาไปเป็นข่าวด้วย<เคยมีการออกมาขอโทษ หรือเอาความจริงมาบอกกันบ้างไหม> …. และยังมีอีกหลายกรณีที่นักข่าวชอบเอามาทำเป็นประเด็น บางอย่างคนไทยเคารพแต่ก็มีการเอามาสร้างเรื่องหรือต้องการทำให้ท่านหรือบุคคลดังกล่าวได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เรื่องที่สร้างคิดกลับไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง …

พูดถึงข่าว : ว่อนเน็ต! รูปมือบึมใส่เสื้อพท.ยืนหลัง’เหลิม’ โวยตัดต่อ-ปัดจัดฉาก

ธันวาคม 18th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

พท.โวย โดนตัดต่อรูปมือบึมยืนหลัง “เฉลิม” ว่อนอินเทอร์เน็ต จี้ รมว.ไอซีที ตรวจสอบหาข้อมูล ปฏิเสธรัฐบาลจัดฉากจับมือวางระเบิด จี้ “เหลิม-ยงยุทธ-โกวิท”คุมเข้มความปลอดภัยช่วงปีใหม่

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการโพสต์รูปผู้ต้องหามือวางระเบิดใส่เสื้อพรรคเพื่อไทย ยืนด้านหลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในเฟซบุ๊ก เพื่อเชื่อมโยงพรรคเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วางระเบิดป่วนเมืองช่วงที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ เชื่อว่า เป็นการตัดต่อภาพ เพื่อเชื่อมโยงว่า มือระเบิดที่ถูกจับได้เป็นการจัดฉาก และป้ายความผิดไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่การจัดฉาก ซึ่งตนจะประสานไปยัง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ทราบเรื่องนี้แล้ว หากใครเห็นว่า รูปดังกล่าวเป็นรูปจริง ก็ขอให้แสดงหลักฐานมาเลย

“ส่วนที่ประชาชนกังวลใจสถานการณ์รุนแรงช่วงปีใหม่นั้น พรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือถึง ร.ต.อ.เฉลิม นายยงยุทธ และ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลความมั่นคง ให้ดูแลสถานการณ์ความปลอดภัยช่วงนี้อย่างใกล้ชิด และแจ้ง ส.ส. ช่วยเป็นหูเป็นตา รวมทั้งขอให้ประชาชนช่วยสอดส่องดูความผิดปกติ หรือวัตถุต้องสงสัย ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับเรื่องความไม่ปลอดภัยเพื่อช่วยรัฐบาลอีกทางหนึ่ง ให้ประชาชนคลายกังวล ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

สำหรับข่าวนี้ผมอยากโจมตีโฆษกพรรคเพื่อไทยที่ออกมาแถลงข่าวได้แบบไม่รู้ผมจะพูดยังไงดี ออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ได้เห็นรูปที่เป็นข่าวทีและยังไม่เชื่อว่าจะเป็นรูปจริงหรือไม่แต่ที่ผมอยาก post เกี่ยวกัลข่าวนี้คือทำไหม โฆษกพรรคเพื่อไทย ถึงออกข่าวได้ขัดแย้งกันเองอยากมาก ตอนแรกบอกว่า “ขณะนี้กำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่  เชื่อว่า เป็นการตัดต่อภาพ”ทำไหมคุณถึงเชื่อว่าเป็นการตัดต่อทั้งๆที่คุณก็ยังบอกอยู่เลยว่ากำลังตรวจสอบ นี้ยังไม่รวมที่คุณบอกว่า “หากใครเห็นว่า รูปดังกล่าวเป็นรูปจริง ก็ขอให้แสดงหลักฐานมาเลย” ก็แล้วที่คุณยังพูดลอยๆมาได้เลยว่าภาพนี้เป็นภาพตัดต่อทำไหมคุณถึงไม่แสดงหลักฐานของคุณมาเลยอ่ะครับ เพื่อให้สังคมได้รับรู้อย่างนี้โฆษกพรรคเพื่อไทยก็เท่ากับพูดลอยๆ พูดอย่างนี้ใครก็พูดได้ครับ พูดไรมันต้องมีหลักฐานครับฝากไปถึงโฆษกพรรคเพื่อไทยด้วยครับ

 

ขอบคุณข่าวจาก http://www.thairath.co.th/content/pol/224212

พูดถึงข่าว : ชาวเน็ตไทย แห่โพสเฟสบุ๊ค ประท้วงสหรัฐฯ แทรกแซงกฎหมายหมิ่นเบื้องสูง

ธันวาคม 15th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

14 ธันวาคม 2554 มีผู้เล่นอินเทอร์เน็ตชาวไทยหลายคนพากันโพสต์ข้อความประท้วง หน้าเฟสบุ๊คสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย

โดยข้อความส่วนใหญ่เป็นการไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯ พยายามแทรกแซงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (หรือกฎหมายอาญามาตรา 112) ซึ่งในปัจจุบันมีคดีที่กำลังเป็นที่สนใจต่อสาธารณชนหลายราย ไม่ว่าจะเป็นคดี ‘อากง SMS’ ซึ่งถูกตัดสินให้รับโทษจำคุก 20 ปี, คดี “โจ กอร์ดอน” ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่ง และคดีอื่น ๆ ที่กำลังเริ่มกระบวนการสืบสวนตามคำฟ้องร้อง

ข้อความบางข้อความอาทิเช่น

“อเมริกา คุณคิดว่าคุณเป็นผู้จัดการของโลกนี้หรืออย่างไร คุณเที่ยวไปแทรกแซงกิจการของประเทศโน้นประเทศนี้ มันกงการอะไรของคุณ ประเทศคุณไม่มีวัฒนธรรมเก่าแก่และดีงามเหมือนประเทศไทย เพราะประเทศคุณไม่เคยมีพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครก็เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ เรามีภาษาพูดภาษาเขียนเป็นของเราเอง เพราะพรมหากษัตริย์ ประเทศคุณเสียอีก ชื่อประเทศอเมริกา แต่ใช้ภาษาของประเทศอังกฤษ คุณแทรกแซงเรื่องอื่นเราทนได้ แต่อย่ามาแทรกแซงเรื่องเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของเรา”

นี่น่าจะเป็นปฏิกิริยาต่อ แดร์เรจ พาราดิโซ (Darragh Paradiso) โฆษกหญิงกระทรวงต่างประเทศในกิจการเอเชียตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาให้ความเห็นในกรณีคดี “อากง SMS” ว่า แม้ประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้ความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ของไทย แต่กระบวนการยุติธรรมไทยอาจไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวจาก AP ชิ้นนี้ไม่ได้รายงานความคิดเห็นของ นาง คริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในคดี “อากง” แต่อย่างใด แต่นางคริสตี้ เคนนี่ย์ ได้ให้ความเห็นผ่านทวิตเตอร์ประจำตัวในกรณีการตัดสินคดีของ โจ กอร์ดอน พลเมืองไทยสัญชาติอเมริกัน ว่ามีความกังวลต่อการตัดสินที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกัน

ผมว่าสหรัฐฯกลับไปแก้ปัญหาผ่านในของประเทศตัวเอ๊งก่อนไหมก่อนที่จะมาแทรกแซงประเทศอื่นๆ อีกอย่างมีกี่ประเทศแล้วที่คุณเข้าแทรกแซงแล้วประเทศเขามีแต่ย่ำแย่ลง ผมว่าสหรัฐฯกลับไปแก้ปัญหาเศรษกิจของตัวเอ๊งก่อนดีไหมเพราะประเทศคุณเองประชาชนยังตกงานอีกมากมาย

คนไทยกับคนสหรัฐฯมีอ่ะไรที่ต่างกันเยอะ สหรัฐฯ ไม่มีทางรู้หรอกว่าประเทศนั้นเราเคารพ สถาบัน กันขนาดไหน เพราะสหรัฐฯไม่มี ประธานธิปดี อยู่แค่ 4 ปี แต่ในหลวงช่วยประเทศไทนมานานนับ สิบสิบปี

หมู่เกาะpp

ธันวาคม 12th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

ได้มีโอกาศไปเที่ยวหมู่เกาะpp นับเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศการเดินทางของผมในครั้งนี้ได้ใช้บริการเรือของบริษัท sea angle ซึ่งเรือที่ใช้เดินทางถือว่ามีขนาดค่อยข้างใหญ่มีครามสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารถึง 500 คน แต่ก็ถือว่าเล็กไปเลยเมื่อมีกลุ่มทัวร์ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็น Singapore หรือ India การเดินทางเริ่ทต้นที่ท่าเรือของบริษัท sea angel เองโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ1.5hour ก็เดินทางถึงกลุ่มหมู่เกาะ pp โดยหาดแรกที่เราเวาะมาดำน้ำประการังกันคือ หาดมาหยา บนเกาะ pp lay ประมาณ1ชั่วโมงหลังจากนั้นเรือของพวกเราเดินทางกันต่อไปที่เกาะpp don เพื่อมารับประทานอาหารกันที่pp princess และเดินเล่นกันบนเกาะถึง2:10pm การเดินทางครั้งนี้ถืงได้ว่าได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่มีสื่อเสียงของไทยอีกแหล่ง …






ติดตามรูปเพิ่มได้ใน flickr น่ะครับ

โดนๆจาก pantip.com

ธันวาคม 6th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

อิสรภาพ + ประชาธิปไตย ≠ สงคราม
ความต้องการ + แอลกอฮอล์ ≠ เซ็กส์
กายสดใส + มือถือรุ่นใหม่ ≠ ขายตัว
แบรนเนม + เครื่องสำอางนำเข้า ≠ ความงาม
รถรุ่นนิยม + สร้อยทอง ≠ ความหล่อ
ห้องแอร์ + มีด,ส้อม,จานสวยๆ ≠ ความอร่อย
โน๊ตบุ๊ค + ไอพอต ≠ ความฉลาด
เสื้อสูท + ผูกไทค์ ≠ คนดี
บุหรี่ + สุรา ≠ คนโง่
เสื้อขาด + กางเกงยีนส์โทรมๆ ≠ คนจน
วิตามินบำรุง + ฟิตเนต ≠ สุขภาพดี
เพลงฟังไม่รู้เรื่อง + คนแน่นๆ ≠ ปาร์ตี้สุดมันส์
มีด + ปืน ≠ ทางแก้ปัญหาของคนมีสติ
จน + เครียด ≠ กินเหล้า
ยิ้มคนเดียว + เนื้อตัวมอมแมม ≠ คนบ้า
หน้าโหด + ไม่ตามกระแส ≠ คนเลว
เพลงเศร้า + น้ำตา ≠ ทางแก้อาการอกหัก
กัญชา + แอลกอฮอล์ ≠ จินตนาการ
เพศสัมพันธ์ + คืนแรก ≠ ความรัก
ผู้หญิง ( 2 คนขึ้นไป) + ผู้ชาย ≠ ความรักที่แท้จริง
แฟน + ทะเลาะ ≠ รอยคัตเตอร์ที่แขน
กิ๊กคนใหม่ + ดิสโก้เธค ≠ ทางลืมใครสักคน
ผู้หญิงคนหนึ่ง + อดีตที่หวานชื่น ≠ แลกกับของชีวิตเรา
ความรัก + อนาคต ≠ ทำแท้ง
ห้องน้ำ + ลิฟท์ ≠ ที่ผสมพันธุ์
ฟันกราม + ไฟแช็ค ≠ ที่เปิดฝาเบียร์
ผิวขาว + แฟชั่นเทรนใหม่ ≠ ความน่ารัก
ผิวดำ + ยืด,ยีนส์ ≠ ขี้เหร่
ผลงาน + ข่าวฉาว ≠ แผนการประชาสัมพันธ์
เคารพบูชา + เงินทอง ≠ ศรัทธา
เกียรตินิยมอันดับ 1 + กิจกรรมเด่น ≠ รู้จักใคร
กระดุมปริ + คืบสไลด์ ≠ ชุดนักศึกษา
ชื่อสถานศึกษา + รูปร่างหน้าตา ≠ ความสามารถ
เสื้อช็อป + เลือด ≠ ศักดิ์ศรี
ผมสีทอง + เล็บสีดำ ≠ คนไทย
ไม่มีห้าง + ไม่มีคาราโอเกะ ≠ บ้านนอก
ทำไร่ + ทำนา ≠ ไม่มีความรู้
ไม่มีเงิน + ไม่มีความรู้ ≠ ไม่ใช่คน
แบกข้าวสาร + เข็นผัก ≠ ไม่มีสิทธิ
กินสเต็ก + ดื่มไวน์ ≠ ขี้หอม

Categories: ทั่วไปๆ Tags:

พูดถึงข่าว:กสทช. ประวิทย์ กล่าวถึงคดีอากง SMS “่ต่อไปนี้ไม่อาจทิ้งมือถือไว้ห่างตัวเลย”

พฤศจิกายน 29th, 2011 admin ไม่มีความเห็น

เช้าวันนี้ทางสำนักสื่อสารสาธารณะและบริการประชาชน สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ได้ส่งจดหมายข่าวเตือนผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ต่อคดี “อากง เอสเอ็มเอส” ว่าสะท้อนว่าเจ้าของเครื่องจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำผ่านเครื่องนั้นๆ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้ลงมือจริงก็ตาม

ผลจากคดีนี้ กสทช.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ออกคำเตือนผ่านสบท. ดังนี้

  • รักษาดูแลโทรศัพท์มือถือประจำตัวอย่าให้คลาดสายตา
  • ระวังการถูกหยิบยืมไปใช้งาน หรือการส่งซ่อม
  • ต้องมีพยานหลักฐานว่าเครื่องไม่ได้อยู่กับเจ้าของเครื่อง
  • หากเครื่องหายให้แจ้งความ

นอกจากนี้กสทช.ประวิทย์ ยังชี้ว่าบรรทัดฐานเช่นนี้จะเป็นปัญหาในกรณีการสื่อสารอื่นๆ เช่นอีเมล ที่ผู้ใช้อาจจะถูกเจาะอีกเมลเข้าใช้งานได้ โดยแนะว่าต่อจากนี้ตำรวจต้องเปิดรับแจ้งความกรณีที่ประชาชนถูกแฮกอีเมล

ข่าวเต็มๆที่  http://www.blognone.com/
เอาแค่ที่ผมทำเป็นสีแดงน่ะครับ” ว่าสะท้อนว่าเจ้าของเครื่องจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำผ่านเครื่องนั้นๆ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้ลงมือจริงก็ตาม” น้ีเหรอเมืองไทยไม่มีหลักฐานชัดเจนก็สามารถเอาคนเข้าคุกได้ผมพึ่งรู้น่ะเนี่ย ถ้าอยากนี้ต่อไปผมอยากให้ใครเข้าคุกก็แค่เอาโทรศัพท์มาส่งข้อความ ก็สามารถเอาคนเข้าคุกได้? ทำไหมมันง่ายขนาดนั้น จะไม่มีการหาผู้ลงมือเลยเหรอ หรือ จะจับแต่เพะ กันอย่างเดียว

17-21/11/2011 phuket thailand

พฤศจิกายน 21st, 2011 admin ไม่มีความเห็น

กลับไทยมาตั้งแต่วันที่ 17/11 วันนี้เลยเอารูปที่ถ่ายมาๆมาขอคำติชมหน่อยน่ะครับ