สื่อกับการนำเสนอข่าว

ทั่วไปๆ ต.ค. 08, 2011 No Comments
ปัจจุบันกล่าวได้เลยว่าสื่อแขนงต่างๆนั้นได้มีอำนาจในการชึ้นำประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างมาก  สื่อในประเทศไทยก็ได้มีการแบ่งแยกออกเป็นหลายแขนงไม่ว่าเป็น หนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ และนอกจากการแบ่งตามประเภทของชนิดสื่อแล้วยัง แบ่งตามกลุ่มการเมืองที่ให้การสนับสนุนด้วย  ปัจจุบันสื่อบางเจ้าได้มีการรับเงินจากอำนาจมืดเพื่ิอบิดเบียดข้อมูลความจริงเพื่อกำจัดคู่แข่ง สำหรับสื่อดีดีในประเทศใช่ว่าจะไม่มีแต่สื่อประเภทหลังเนี่ยมันไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร หลังจากที่เกรินมานานแล้ววันนี้ขอโจมตี หนังสือพิมพ์ dailynews.co.th หน่อยน่ะครับเพราะอ่านแล้วบอกได้คำเดียวว่ารับไม่ได้กับการเขียนข่าวแบบไม่มีพื้นฐานบนความจริงสำหรับเนื้อข่าวของหนังสือพิมพ์นี้

ทร.เดินสู่ฝันยิ่งใหญ่' ซื้อ 'เรือดำน้ำ' ระวังโผล่ไม่พ้นทะเล?

วันศุกร์ ที่ 07 ตุลาคม 2554 เวลา 0:00 น การได้ ’เรือดำน้ำ“ มาไว้ในครอบครองถือเป็นความฝันที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนในระดับนำของกองทัพเรือ มีการส่งไม้ต่อจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง จากอดีต ผบ.ทร.หมาด ๆพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ มาสู่ ผบ.ทร.ป้ายแดง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ แนวรบมิเคยเปลี่ยน “ผมจะสานต่อเรื่องเรือดำน้ำต่อไป โดยได้ประสานกับทางกลาโหมเยอรมนีในการให้ยืดเวลาการขายเรือดำน้ำ U206A ทั้ง 6 ลำต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อรอให้คณะรัฐมนตรีของเราพิจารณา ซึ่งเยอรมนีก็เข้าใจเรา” และ “ผมหวังว่าจะเข้าสู่ ครม.ในวันอังคาร (11 ต.ค. 2554)” ...เป็นคำให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ ผบ.ทร.ป้ายแดงล่าสุด เหตุผลที่ซื้อ คือเพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติ แล้วยังไว้ปกป้องทรัพยากรในอ่าวไทยและในทะเลด้วย กับเป็นอีกศาสตร์ที่กองทัพเรือต้องมี ผิวน้ำ อากาศ และใต้น้ำ นอกจากนั้นคือ ประเทศรอบบ้านเราล้วนมีเรือดำน้ำกันหมดแล้ว ฉะนั้นไทยต้องสมดุลให้เกิดความทัดเทียมกันในเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อสิงคโปร์มีเรือดำน้ำ 4 ลำ ซื้อจากสวีเดน มาเลเซีย 2 ลำ ซื้อจากฝรั่งเศส เวียดนามมี 6 ลำ ซื้อจากรัสเซีย รวมทั้งพม่าเองก็อยากได้ไว้อวดโลก เตรียมจะซื้อจากจีนอยู่ สำหรับเรือดำน้ำที่กองทัพเรือไทยจะซื้อ เป็นของเยอรมนี จำนวน 6 ลำ รุ่น U206A และเป็น 6 ลำสุดท้ายของโลก เพราะเยอรมนีจะไม่ผลิตออกมาขายอีกแล้ว รุ่นนี้ผลิตโดยวัสดุพิเศษ non magnetic steel มีข้อเสียคือ บำรุงรักษายาก การปะ การเชื่อม ต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรที่อบรมเฉพาะ ผิดกับที่ขายให้ประเทศอื่นที่เป็นรุ่น U209A การซื้อ 6 ลำเพราะต้องเอา 2 ลำมาถอดเป็นอะไหล่สำหรับ 4 ลำที่จะเอามาประจำการ ’ถ้าเปรียบเป็นรถเบนซ์ก็เหมือนเราซื้อรถอายุ 36 ปีมาขับ และเป็น 6 คันสุดท้ายของโลก อย่างนี้ใครจะซื้อมั้ย?“ ทั้งนี้ งบฯที่ตั้งไว้ตอนแรก 7,591 ล้าน ได้ปรับลดเหลือ 6,995 ล้านในตอนนี้ แต่ที่กลายเป็นหัวข้อวิจารณ์อึงมี่คือ ทำไมจับจ้องจะซื้อเรือดำน้ำรุ่นเก่าเก็บของเยอรมนีมาใช้ในงานสำคัญของชาติ ทำไมไม่มองของชาติอื่นบ้าง? ซื้อแล้วคุ้มค่ากับเงินภาษีหรือไม่ ลำละล้านสองล้านเสียเมื่อไหร่ ก็ดูสิ เรือเหาะเกือบ 400 ล้านที่กองทัพอ้างว่าซื้อไว้ตรวจดูพวกโจรใต้ก่อเหตุ เอาไปเอามากลับบินไม่ขึ้นซะงั้น เครื่องมือตรวจหาระเบิดจีที 200 เอาเข้าจริงกลายเป็นเครื่องมือลวงโลก เป็นได้แค่ไม้ตีพริก ผ่าเข้าไปข้างในเจอแต่แบตเตอรี่ 2 ก้อนประกบไว้ แต่คนไทยต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องละเป็นล้าน ความเสียหายทั้งหมดยังจับมือใครดมไม่ได้เลยจนบัดนี้ หันมาดู เรือดำน้ำ  U206A รุ่นสุดท้ายของโลกที่กองทัพเรืออยากได้ พบข้อท้วงติงมากมาย... ตอร์ปิโดประจำเรือจะต้องมีอุปกรณ์ตรวจสอบสมรรถภาพทุกอาทิตย์ เพราะกระสุนตอร์ปิโดไม่เหมือนกระสุนทั่วไปที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงดันของดินปืน แต่นี่นอกจากต้องเคลื่อนด้วยใบพัดแล้วยังต้องมีเครื่องนำร่องด้วยเครื่องมือนี้รวมใน 6,900 กว่าล้านหรือไม่ หรือว่าแยกขายต่างหาก แล้วงบฯจะบานแค่ไหน ท่อยิงตอร์ปิโด...นี่ก็เป็นเรื่องละเอียด อ่อนมาก การซ่อม...ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และพบว่าที่ผ่านมาเยอรมนีไม่ยอมสอนใครเลย ทีมแพทย์เฉพาะทาง แรงดัน แรงกดอากาศในเรือดำน้ำ นักจิตบำบัด มีไหม คนประจำเรือลำละ 36 คน 4 ลำก็ 144 คน จะดูแลกันอย่างไร และเมื่อประเทศอื่น ๆ เลิกใช้แล้ว อะไหล่บางชิ้นก็จะไม่มีการผลิต ผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุงเกษียณไปหมดแล้วจะทำอย่างไร ปัญหาเต็มไปหมด เหนืออื่นใด การตั้งงบฯจัดซื้อที่ว่าเป็นแบบรัฐต่อรัฐนั้น เมื่อลงลึกในรายละเอียดพบว่า ในงบฯ 6,900 กว่าล้านนั้น เป็นงบฯก่อสร้างกองบัญชาการที่สัตหีบ 1,000 ล้าน แต่เป็นค่าซ่อมเรือถึง 4,000 ล้าน โดยต้องส่งซ่อมที่อู่ต่อเรือของเอกชนที่ชื่อ STW ในเยอรมนี ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วใช้งานได้เลย และเป็นค่าซื้อเรือดำน้ำ 6 ลำจริง ๆ แค่ 1,000 ล้านเศษเท่านั้นเอง นี่คือเงื่อนปมใหญ่มาก ทำไมค่าซ่อมเรือถึงมากมายมโหฬารขนาดนี้ ไม่ต้องมี 6 ลำ เอาแค่ลำเดียว แต่เป็นของใหม่ดี ๆ ไปเลย ไม่ดีกว่าหรือ??? อะไรไม่ว่า การเดินทางไปดูงาน ลือกันว่าล็อกไม่ให้คนที่รู้เรื่องการซ่อมบำรุงอาวุธ รู้เรื่องระบบเครื่อง ได้โผล่ไปร่วมขบวน เพราะเกรงว่าหากไปเห็นของจริงแล้วจะคัดค้านเอา จึงมีแต่พวกส่งกำลังบำรุงไปแทน ผิดฝาผิดตัวไปหมด ก็ชอบแล้วที่ พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ออกมาเบรกหัวทิ่มว่า “ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าให้มากที่สุด ไม่ใช่ดูแค่ความโปร่งใสอย่างเดียว ไม่ใช่ซื้อมาแล้วพัง ไม่มีเงินซ่อม อย่างเฮลิคอปเตอร์ชีนุก ซื้อมา 4 ลำ วันนี้บินได้ลำเดียว คุ้มค่าหรือไม่ ...ต่อไปนี้หากเหล่าทัพของบฯก้อนใหญ่ซื้อยุทโธปกรณ์ และชี้แจงข้อมูลไม่เคลียร์ ไม่ได้ฟังทุกฝ่าย รมว.กลาโหมจะตั้ง คกก.ตรวจสอบหมด ไม่งั้นเซ็นก็โดนด่า ไม่เซ็นก็โดนด่า แต่เซ็นอนุมัติโดนหนักกว่า โดนด่าอมตะชั่วชีวิต เหมือนโครงการเรือเหาะ หรือ จีที 200 นั่นไง” เมื่อเงินทุกเม็ดเป็นของประชาชน ก็ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ โปร่งใส และใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่ซื้อแล้วเหมือนซื้อเศษเหล็กมากอดไว้ ใช้งานอะไรไม่ได้ เป็นได้เพียงอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศอดสู หรือดำน้ำแล้วไม่โผล่ตลอดกาล ต้องไม่เป็นเช่นนั้น. http://goo.gl/ScNud
สำหรับ Post นี้ผมขอตั้งขอสังเกตแบบบ้านเลยน่ะครับ กองทัพเรือไทยจะซื้อ เป็นของเยอรมนี จำนวน 6 ลำ รุ่น U206A และเป็น 6 ลำสุดท้ายของโลก เพราะเยอรมนีจะไม่ผลิตออกมาขายอีกแล้ว รุ่นนี้ผลิตโดยวัสดุพิเศษ non magnetic steel มีข้อเสียคือ บำรุงรักษายาก การปะ การเชื่อม ต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรที่อบรมเฉพาะ ผิดกับที่ขายให้ประเทศอื่นที่เป็นรุ่น U209A การซื้อ 6 ลำเพราะต้องเอา 2 ลำมาถอดเป็นอะไหล่สำหรับ 4 ลำที่จะเอามาประจำการ ’ถ้าเปรียบเป็นรถเบนซ์ก็เหมือนเราซื้อรถอายุ 36 ปีมาขับ และเป็น 6 คันสุดท้ายของโลก อย่างนี้ใครจะซื้อมั้ย?“   อ่ะไหล่ของรุ่นนี้สามารถแชร์กับอ่ะไหล่ของรุ่น  u209 ได้ครับ สำหรับการซ่อมนั้นไม่ต้องห่วงอ่ะครับยังไงมันก็ต้องมีการสอนกันมาอยู่แล้วน่ะครับ   ทำไมจับจ้องจะซื้อเรือดำน้ำรุ่นเก่าเก็บของเยอรมนีมาใช้ในงานสำคัญของชาติ ทำไมไม่มองของชาติอื่นบ้าง? ซื้อแล้วคุ้มค่ากับเงินภาษีหรือไม่ ลำละล้านสองล้านเสียเมื่อไหร่ ก็ดูสิ ถ้า กองทัพเรือจะซื้อ u209 คุณจะสนับสนุนป่าวอ่ะครับ ลำล่ะ  หลายหมื่อนล้านคุณสนับสนุนป่าวอ่ะครับ แค่นี้ก่อนล่ะกันครับ

admin

Facebook comments:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น