คลังเก็บ
ผู้ต้องหากับการระเมิดสิทธิมนุษยชน
เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ดูหรืออ่านข่าวในหน้าสื่อพิมพ์ ที่มีการจับผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวว่ามาให้สัมภาร์พ กับสื่อมวลชน และก็บ่อยครั้งที่จะมีคนดังของบ้านเมืองหรือ ข้าราชการระดับสูงมาร่วมแถลงข่าว หรือ เรียกให้ถูกก็คือมา เอาหน้านั้นเหลาะ และก็อีกนั้นเหละที่การแถลงข่าวเหล่านี้มักจะทำเรี่องที่ผิด กฏหมาย หรือ ผิด สิทธิมนุษยชน กันอย่าง เปิดเผย แต่ก็ไม่เคยมีใคร หรือ แม้แต่ ทนายของผู้ต้องหาคนไหนกล้ามาเอาจริงกับเรื่องอย่างน้ี
หลายๆคนคงส่งสัยว่าการกระทำที่ผมกำลังพูดถึงนั้นมีอ่ะไรบ้าง? การกระทำที่พูดถึงก็มีเช่น ไม่ให้ผู้ต้องหาพูด หรือแม้แต่ เอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวด้วยความไม่เต็มใจ เรื่องอย่างนี้หลายๆคนคงคิดว่ามันคงไม่จำเป็นอ่ะไรหรอก ยังไงผู้ต้องหาก็คือผู้ต้องหาอยู่วันจนค่ำ แต่ในมุมมองของผู้้เขียนแล้วเรื่องอย่างนี้เหละที่ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาควรมีสิทธิ์ในการได้พูดหรือชึ้แจ้งความจริงบ้าง ผมเชื่อว่าบ้างครั้งหลายๆเหตุการณ์ผู้ต้องหาคงไม่ทำอ่ะไรลงไปถ้าไม่มีเหตุผล หรือ มีมวลเหตุ ไหนๆตำรวจก็เอาผู้ต้องหามาประจานแล้วตำรวจควรเปิดโอกาศให้เขาเหล่านั้นได้พูดหรือชึ้แจ้งตัวเองหน่อย (ส่วนผู้ต้องหาจะใช้สิทธิ์หรือไม่นั้นให้เขาเป็นคนคิดเอง)
หลังจากผมได้มีโอกาศติดตามนักข่าวไปทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการ์ณ hiso ภูเก็ตถูกทำร้าย ผมได้ผมเห็นกับความ ไม่เป็นธรรมของบ้านเมือง เมื่ออำนาจเงินสามารถ ซื้อได้ทุกอย่าง เหตุการ์ณ ในวันนั้นผมขอไม่ลง รายอะเอียด มากหนัก แต่ประเด็นที่ผมเห็นแล้ว รับไม่ได้อย่างยิ่ง กับการทำงานของตำรวจไทยก็คือ หนึ่งในผู้ต้องหายกมือขึ้นเพื่อจะขอพูดกับสื่อมวลชนแต่ตำรวจยศผู้บังคับการ กลับไม่เปิดโอกาศให้ผู้ต้องหาพูด หลังจากเหตุการ์ณนั้นผมได้กลับบ้านมาพร้อมกับความมึนงงว่าทำไหมผู้ต้องหาพูดไม่ได้ !
หลังจากผมกลับมาหาข้อมูลอยู่นานผมก็ผมกับข้อกฎหมายมากมายที่ล้วนเปิดโอกาศให้ผู้ต้องหาพูด และ ข้อกฏหมายอีกมากมายเช่นกันที่ ผู้บังคับการ คนนั้นกำลังทำผิดกฏหมาย นี้คือข้อกฏหมายบ้างส่วนที่ผมหามาได้ 1. ว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น 2. มาตรา ๔๐บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้ ๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง แถมด้วย มาตรา 157แห่งประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ ข้อกฏหมายเหล่านี้หายไปไหนหมด ผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่หาควรเลิกความคิดที่ว่าคนรวยทำอะไรไม่ผิด เลิกได้แล้วกับความคิดที่จะจับผู้ต้องหาที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำเพื่อมาสร้างภาพลักษณ์ ของ hiso.
เรื่องอย่างนี้ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องไรสาระของใครหลายๆคนแต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่เพราะการที่เราเอาชีวิตของคนหนึ่งคนมาประจาน นั้นหมายความว่าเขาเหล่านี้จะมีตราบาป ไปตลอดชีวิต ผมอยากให้คนเหล่านี้มีโอกาศได้ชี้แจ้งความจริงได้พูดในสิ่งที่เขาจะพูด เพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเขาเอง. ก็ขอฝากไหวหน่อยน่ะครับ
เจริญแน่แน่เมืองไทย
เจริญแน่ๆเมืองไทย เมื่อ รัฐบาลสามารถ ทำให้เรื่องผิดเป็นถูกได้ กฎหมาย หมดแล้วซึ่งความศักสิทธิ์ ถ้าระดับนองนายกออกมาพูดว่า”เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศไทยได้โดยไม่มีความผิด เพราะคดีไม่มีความชอบธรรม” ก็ขอถามหน่อยครับถ้าคุณคิดว่าตัวเองถูกมีหลักฐานพอ ทำไหมไม่อยู่สู้ คดีละครับ ถ้าระดับรองนายกกล้าพูดขนานนี้ ต่างชาติยังมีความเชื่อถือเหรอครับ กับประเทศที่ถ้าคุณเป็นรัฐบาลคุณทำทุกอย่างถูกหมด ผมไม่เคยเกลียดหรือรู้สึกอยากระบายเรื่องรัฐบาลนี้มากเท่าช่วงสองวันที่ผ่านมา มาก่อนเลย คนระดับรองนายก ไม่เคารพ กฎหมายประเทศจะอยู่ได้อย่างไร ไม่นับเรื่องเงิน 2000 ล้านที่จ่ายให้พวก เผาบ้าน เผาเมือง ปิดสนามบิน ก็อยากถามไอคนที่เสนอเรื่องจริงๆว่ามันเคยไปดูมันว่าพวกค_าย นี้ทำประเทศไทยเสียหายไปเท่าไร คนตายถ้าเป็น นักข่าวหรือผู้ไม่เกี่ยวข้องผมไม่ว่าแต่นี้อ่ะไรให้พวกที่รู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ ที่อันตรายกัน แต่:-)เข้าไปกัน มันควรแล้วเหรอกับการให้เงินคนผิดอย่างนี้ 7 ล้าน 8 ล้านให้ได้ กับคนที่ถูกยิงในวัดเพราะ รัฐบาลบอกเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่มีการยิงกันตายในวัด ผมเห็นด้วยที่จะให้ แต่ไม่ใช่ให้ไอพวกที่อยู่กลางพื้นที่ ที่ประกาศให้เป็นเขต อันตราย
Pulau Ubin เกาะใน singapore ที่น้อยคนรู้จัก
พูดถึง singapore หลายๆคนคงพูดถึงแหล่ง shopping หรือ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง universal studio , sentosa , หรือ marina bay sands แต่จะมีนักท่องเที่ยว สักกี่คนที่ทราบว่า สิงคโปร์ยังมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ ที่เรียกได้ว่าค่อยข้างสมบูรณ์ และยังเหมาะ อย่างยิ่ง แก่การออกกำลังกายช่วงเสาร์ อาทิตย์ อย่างยิ่ง สำหรับการเดินทางไป Pulau Ubin นั้น ก่อนอื่นเราต้องเดินทางไป Changi Point Ferry Terminal ก่อนครับสำหรับค่าโดยสารไป Pulau Ubin ก็เพียง 2.5$ ต่อคนต่อเที่ยวเท่านั้น


สำหรับการเดินทางไปเกาะ Pulau Ubin นั้นคุณสามารถที่จะนำจักยาน ไปด้วยก็ได้ครับโดยทางเรือจะคิดค่าบริการเพิ่มเพียง 2-3$ หรือถ้าไม่สะดวกบนเกาะก็มีให้เช่าราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2$-15$ ต่อวัน สำหรับการนั้งเรือจาก ท่าเรือไปถึงเกาะ Pulau Ubin นั้นก็ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้นเองครับผม

<เพื่อนๆที่รวม trip>
สำหรับบรรยกาศวันที่เดินทางไปค่อยข้างจะมีคนค่อยข้างเยอะเต็มไปด้วยผู้คน โดยมีร้านให้เช่าจักยาน ให้เช่าไม่ต่ำกว่า 5 ร้านซึ่งถ้าผมเนาะนำก็ควรเดินดูให้ครบก่อน ก่อนจะตัดสินใจเช่าน่ะครับ


นอกจากจะมีบริการให้เช่าจักยานแล้วบนเกาะยังมี การให้เช่า รถตู้เพื่อสำหรับคนที่ไม่อยากเดินอีกด้วยสำหรับราคานั้นผมไม่ได้สอบถามมาน่ะครับแต่ไม่น่าจะแพงเท่าไร

สำหรับกิจกรรมบนเกาะมีทั้งเดินและปั่นจักยาน ครับโดยสองข้างทางก็จะเต็มไปด้วย วิว ธรรมชาติอีกแบบ ที่คุณไม่เคยคิดว่าจะได้เจอใน singapore สำหรับที่เหลือก็ขอบรรยาศด้วยภาพน่ะครับเพราะไม่รู้จะบรรยาศยังไงดี



พูดถึงข่าว:ทุ่ม 50ล้าน เตรียมซื้อไอโฟน-ไอแพด แจกส.ส. มันมาได้อย่างไร

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ แนะควรสำรวจความจำเป็นในการใช้งาน ชี้เครื่องคอมพ์ในสภาก็ยังใช้ได้อยู่
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (4 มี.ค.) นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดซื้อไอโฟนและไอแพด 700 เครื่อง มูลค่า 50 ล้านบาท ว่า
ฝ่ายบริหารได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายข้าราชการประจำไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะได้อุปกรณ์ดังกล่าวช่วงใดนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด และหากใครจะคัดค้านก็เป็นสิทธิ และไม่รับเครื่องดังกล่าวก็ได้ แต่ทราบมาว่ามีสมาชิกจำนวนมากต้องการใช้ไอโฟนและไอแพดเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้การจัดงบประมาณซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว เกิดจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แปรญัตติจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เพื่อจัดซื้อเครื่องสเปกที่ดีที่สุด โดยจะมอบให้ ส.ส.และ ส.ว. รวมทั้งข้าราชการระดับผู้อำนวยการทุกคน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าวว่า สภาควรมีการสำรวจความเห็นของผู้ใช้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เพราะหากการแจกไปทั่วเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นตามมาอีกมา ส่วนที่มีแนวคิดให้ ส.ส.ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงนั้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้ของดีที่สุด.
ที่มา http://news.mthai.com/headline-news/156080.html
Iphone & Ipad เพื่อ สส ! ฟังไม่ผิดหรอกครับว่า ซื้อมาแจก สส ราคามาใช้หลัการคิดกันแบบง่ายๆก่อนน่ะครับ 50 ล้าน หารด้วย 700 เท่ากับ 71 428.5714 คิดไม่ผิดหรอกครับ 7 หมื่นกว่าบาทเอง แต่เดียวก่อนเรามาดูราคาที่ พวกเราคนธรรมดา ซื้อได้มีที่ราคาเท่าไร? ผมลองเช็คจากเว็บของ apple ประเทศไทยตัว top สุด เพียง ฿ 25,900.00 เท่านั้น ส่วนต่างประมาณ 45 528.5714 บาทหรือประมาณ 63.74% ต่อเครื่องเท่านั้นเอง !!!!!!!
ประเด็นที่สอง ที่จะให้ สส ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงนั้น ไม่ทราบ สส เขาเอาไปทำไรกันเหรอ เพราะผมเห็นประชุมก็ไม่ค่อยเข้าประชุมกัน หรือไหมเวลา เขา อภิปรายกัน ผมก็ไม่ค่อยเห็นใครอยู่ในห้องสักหน่อยช่วยใหญ่ ไปทำอ่ะไรกันข้างนอกห้องประชุมก็ไม่รู้ ก็ไม่รู้จะเอากัน ไปทำไหม
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าไร แต่ที่ผมอย่างให้ทางรัฐบาล หรือ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดูหน่อยก็คือ การที่เราเอาเทคโนโลยีโดยเฉพาะ พวก ipad iphone มาใช่พวกคุณลืมไปป่าวว่า มันมี app พวก find my phone ซึ่งสามารถติดตามเครื่อง ipad iphone ไปได้ทุกที่ พวกคุณไม่คิดกันเหรอว่ามันจะเป็นอันตราย ต่อความมั่นคงของประเทศป่าว หรือแม้แต่พวก what app หรือ Imessage ก็แล้วแต่ ข้อมูลเหล่านี้มันล้วนต้องผ่าน server ของต่างประเทศทั้งนั้น ซึ่งบ้างข้อมูลอาจเป็นข้อมูล ความลับของประเทศก็เป็นได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง ไม่ใช่แค่ iphone เท่านั้น bb อ่ะไรก็รวมอยู่ด้วย ก็ฝากด้วยครับน่ะครับ
การระวังตัวที่ตัวแย่ที่สุดคือการไม่ระวังตัวเลย!
การระวังตัวที่ตัวแย่ที่สุดคือการไม่ระวังตัวเลย!
เชื่อว่าหลายๆท่านได้ผ่านกับเหตุการณ์อุทกกภัยครั้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยมาได้ไม่นานและ ณ ปัจจุบันเชื่อว่าหลายๆอย่างได้เริ่มกลับเข้าสู้สภาวะปรกติกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาคประชาชน และ ทั้ง ภาคธรุกิจ
ณ เวลาที่เขียนบทความนี้คือต้นเดือน มีนาคม 2012 ผมเชื่อว่าหลายๆคนได้ยินข่าวว่ารัฐบาลต่างออกมาสร้างความมันใจว่าปีนี้คงจะไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างปลายปี 2011 เกิดขึ้นอีก {1} ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นอีก เพราะมันล้วนสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ และ ประชาชนอย่าง เราๆ คุณๆ อย่างยิ่ง แต่จากการที่ร็ฐบาลออกมาให้ข่าวแล้วบอกว่า ปีนี้ เอาอยู่แน่นอน คำนี้ทำให้ผมกังวลยิ่งกว่าการให้ข่าวรัฐบาลซะอีก
ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะได้ยินคำว่า “ควรอยู่ในความไม่ประมาท” ผมก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลรู้จักคำๆนี้ป่าว เพราะผมเห็นแต่ข่าวที่รัฐบาลต่างออกมาบอกว่า ปีนี้เอาอยู่แน่นอน หรือ เราจะกู้เงินเท่านั้นเท่านี้เพื่อเอามาแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ในทางกลับกันผมไม่เคยได้ยินคำยืนยันหรือการว่างแผ่นว่าถ้าปีนี้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลจะมีแผ่นป้องกันหรือให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างไร! เพื่อไม่ให้มีปัญหาเหมือนปีก่อนๆ หรือ เปิดโอกาศให้มีการโกงกินเงินช่วยเหลือเหมือนปีก่อนๆ
ก็ขอฝากรัฐบาลกันสักหน่อยว่าพวกคุณอย่างไปคิดอ่ะไรในแย่ดีกันจนเกิดไป อย่าบอกว่ามันไม่เกิด ผมเชื่อว่าต่อให้เรามีเขื่อนเพิ่มอีกสักกี่สิบแห่ง ยังไงเรื่องอย่างนี้ก็อาจขึ้นได้อีก ไม่มีอ่ะไร 100% หรอก “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ก็ขอฝากให้ทุกคนอยู่ในความไม่ประมาณ!
{1} http://www.komchadluek.net/detail/20120224/123774
/%E0%B8%A1%E0%B8%97.%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E
0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%
99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0
%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%97%
E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B9%89
singapore airshow
19.2.2012 singapore airshow the bigger airshow in the southeast asia ปีนี้ก็อีกหนึ่งปีที่ได้มีโอกาศได้ไปเที่ยวงาน airshow งาน airshow ที่ถือได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของ เอเชีย แต่เดียวก่อนหลายๆคนอาจคิดว่าไป airshow เราจะไปดูเครื่องบินกัน ป่าวเลย เราไป airshow ครั้งนี้เราไปหาอ่ะไรกินกันครับ หมดเฉพาะค่าขนมกันไม่ต่ำกว่า 25$ <ไป food fair ยังอาจจะหมดน้อยกว่านี้อีกน่ะเนี่ย >
แอร์โฮสเตส อาชีพ ที่มากกว่าคำว่า คนใช้บนเครื่องบิน
หลายครั้งหลายคราวผมมักได้ยินคำว่า”คนใช้บนเครื่องบิน” คำๆนี้ผมฟังกี่ครั้งผมก็ไม่ชินและไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนคิดอย่างนี้. คุยเคยสงสัยไหมว่าทำไหมถึงต้องเปิดตอนเครื่องขึ้นหรือลง ทำไหมแอร์ต้องเดินเช็คหลายๆต่อหลายรอบเพื่อแน่ใจว่าไม่คนใช้หูฟังระหว่างเครื่องขึ้นหรือลง และ อีกหลายๆอย่างที่แอร์โฮสเตส ห้าม ผมเชื่อๆว่าน้อยคนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ คุณๆเคยรู้หรือไหมว่ากว่าพวกเขาเหล่านี้กว่าจะมาเป็นแอร์โอสเตส พวกเขาเหล่านั้นต้องฝึกฝนหรือผ่านอ่ะไรมาบ้่าง การที่คุณดูถูกเขาเหล่านี้คุณรู้หรือไหม พวกเขาเหล่านี้สามารถกำหนดนาทีเป็น นาทีตายของผู้โดยสารอย่างเราๆได้
แอร์โฮสเตส พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถมากกว่าการแค่เดินเสริมอาหารบนเครื่องบิน แต่พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถในการเป็นพยาบาล เฉพาะหน้า ได้อีกด้วยในยามที่จำเป็น และ ยังเป็นคนที่สามารถนำทางหรือช่วยอพยกเราออกจากเครื่องบินได้ในยามที่เราอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกหรือเรียกให้ถูกก็สภาวะกลัวตาย
หลายๆครั้งที่ผมได้มีโอกาศเดินทางด้วยเครื่องบินและพบกับผู้โดยสารบ้างประเภทที่ดื้อ หรือเรียกให้ถูกก็คือไม่ทำตามคำเนาะนำหรือคำสั้งของ แอร์โฮสเตส เพียงเพราะ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระไม่จำเป็น หรือแม้กระทั้งบ้างคนเอาประเป๋ามวลค่าหลาย แสนบ้าน แต่หลับไม่ยอมทำตามคำสั้งหรือคำเนาะนำของแอร์ที่บอกว่าให้เก็บไหวบนที่เก็บเหนือศรีษะเพียงเพราะกลัวกระเป๋าสกปรก!
สำหรับสาเหตุต่างๆที่ทำไหมแอร์ต้องสั้งนู่นสั้งนี้เราตลอดเวลาผมได้นำมาเสนอในบทความ ที่ชื่อว่า
ความปลอดภัยบนเครื่องบิน
เมื่อมีคนบอกให้ผมหยุดเรื่องของ ปลาๆๆๆ!
เสียงโทรศัพท์เข้ามาจากญาติคนหนึ่งที่ผมนับถือมากคนหนึ่ง หลังจากที่คุยเรื่องของปลาๆใน FB แต่ก็โทรมาคุยกันต่อเพื่อความปลอดภัยของเราทั้งสองไม่ให้โดนข้อหาหมิ่น กัน
ใจความสาระสำคัญทั้งหมดของการคุยกันในการคุยก็ไม่มีไรมากนอกจากพูดถึงการทำงานของผู้ประกาศข่าวช่องหนึ่ง และ ปิดท้ายด้วยยกตัวอย่างของคดีปลาๆ ว่าก็เหมือนกับคนมีเงินมีทองเวลาไปติดต่อเรื่องต่างๆก็ต้องมีการใส่เงินใส่ทอง ลงซองเพื่อให้ได้มาซึ่งความรวดเร็วและสะดวกสบาย
แต่ผมกลับคิดว่าเรื่องของปลาๆทั้งหลาย ไม่ว่าทั้งฝ่ายของปลาน้ำลึกอย่างปลาวาฬ หรือ ปลาตามป่าชายเล อย่าง ปลาตีน กับต่างออกมาอย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องของปลาๆนั้นมีตัวบุคคลหรือพูดให้ถูกก็คือหัวหน้าครอบครับ แหล่งรายได้ของอีกหลายๆคนได้ถูกจับ นอกจากนี้ครอบครัวของผู้ต้องหาเหล่านี้จะตกไปเป็นจำเลยสังคมจากการที่สังคมหรือสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเพียงข้างเดียวแล้ว !!
เรื่องนี้จะจบอย่างไรก็ต้องค่อยติดตามแต่จากการที่ผมได้ไปอ่านคอมเม้นจากเว็บ social network แล้วผมเชื่อว่าสังคมคงได้ตัดสินใจไปเรียนร้อยแล้ว
นโยบาย รถ คันแรก? ทำเพื่ออ่ะไร
ในปัจจุบันหลายๆประเทศกำลังร่วมกันร่วมกันรณรงค์ ให้ลดโลกร้อนกันอย่างจริงจัง โดยการออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้ระบบการขนส่งมวลชน เพื่อลดปริมาณรถบนถนน เพราะรถทุกคันต่างปล่อย แก๊ส หลายๆอย่างซึ่งล้วนเป็นตัวการณ์การก่อให้เกิด สภาวะโลกร้อน <เรื่องนี้ทุกคนรู้ดี แต่ทำไหม รัฐบาลไม่รู้>
คงกล่าวได้ว่าหนึ่งในนโยบายที่ถือสร้างความรู้จักและเป็นที่พูดถึงในสังคมมากที่สุดของรัฐบาล พรรคเพื่อไทย คือ นโยบาย รถคันแรก ซึ่งเท่าที่ได้หาข้อมูลมา จุดประสงค์หลักของ นโยบาลนี้ก็หน้าจะเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมณ์ เป็นหลัก.. ในขณะที่หลายประเทศในเอเชียกำลังต้องการลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน เมืองไทยกลับต้องการเพิ่ม !!!! ฟังแล้วมันแปลกๆยังไงบอกไม่ถูก หากภาครัฐต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมณ์จริงๆแล้วควรทำด้วยวิธีอื่นๆ อาทิ ลด ภาษีส่งออก เพื่อที่ บริษัทต่างประเทศจะได้ย้าน/สร้างฐานการผลิดในเมืองไทย และถือเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ ให้แก่ประชาชน อีกด้วย ประชาชนที่มีรายได้ไม่พอกับการซื้อรถยนต์ยังมีอีกเยอะถึงแม้จะลดภาษีดังที่กล่าวมาแล้วก็ตาม ผมมองในมุมกลับกันว่าควรเพิ่มภาษีลดยนค์ด้วยซำ้ไปเพื่อจะได้มีการนำงบประมาณดังกล่าวมาเพิ่มระบบคนส่งมวลชน <ขอเน้นหน่อย มวลชนไม่ได้หมายถึงแค่กรุงเทพและปริมณฑล น่ะครับแต่หมายถึง ประชาชนทั้งประเทศไม่ว่าจังหวัดเล็กใหญ่ ฐานเสียงตนหรือไม่>เพื่อประโยชร์ของคนจนหรือฐานะไม่ดี ดีกว่าไหม ผมขอยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ที่ออกมาตการเพิ่มราคารถยนต์ <คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่นี้คือเรื่องจริง > โดยหากคุณต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศสิงคโปร์ คุณต้องซื้อ Certificate of Entitlement(COE) ซึ่งมีราคาประมาณ 1,802 - 73,890 sg dollar หรือประมาณ 45050-1 847 250 บาท ไทย ก่อนที่คุณจะเอา ใบ coe นี้ไปซื้อรถยนต์ตามที่คุณต้องการได้ คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผม ! แต่นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ประเทศที่เรียกได้ว่าเจริญแล้ว แต่กลับมีมาตการที่ต้องการลดปริมาณรถยนต์บนถนน และส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชลไม่ว่าจะเป็น bus หรือ mrt
อ้างอิง http://www.oneshift.com/new_cars/lcoe.php