คลังเก็บ

คลังเก็บสำหรับหมวดหมู่ ‘ทั่วไปๆ’

สื่อกับการนำเสนอข่าว

ตุลาคม 8th, 2011 ไม่มีความเห็น
ปัจจุบันกล่าวได้เลยว่าสื่อแขนงต่างๆนั้นได้มีอำนาจในการชึ้นำประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างมาก  สื่อในประเทศไทยก็ได้มีการแบ่งแยกออกเป็นหลายแขนงไม่ว่าเป็น หนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ และนอกจากการแบ่งตามประเภทของชนิดสื่อแล้วยัง แบ่งตามกลุ่มการเมืองที่ให้การสนับสนุนด้วย  ปัจจุบันสื่อบางเจ้าได้มีการรับเงินจากอำนาจมืดเพื่ิอบิดเบียดข้อมูลความจริงเพื่อกำจัดคู่แข่ง สำหรับสื่อดีดีในประเทศใช่ว่าจะไม่มีแต่สื่อประเภทหลังเนี่ยมันไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร หลังจากที่เกรินมานานแล้ววันนี้ขอโจมตี หนังสือพิมพ์ dailynews.co.th หน่อยน่ะครับเพราะอ่านแล้วบอกได้คำเดียวว่ารับไม่ได้กับการเขียนข่าวแบบไม่มีพื้นฐานบนความจริงสำหรับเนื้อข่าวของหนังสือพิมพ์นี้

ทร.เดินสู่ฝันยิ่งใหญ่' ซื้อ 'เรือดำน้ำ' ระวังโผล่ไม่พ้นทะเล?

วันศุกร์ ที่ 07 ตุลาคม 2554 เวลา 0:00 น การได้ ’เรือดำน้ำ“ มาไว้ในครอบครองถือเป็นความฝันที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนในระดับนำของกองทัพเรือ มีการส่งไม้ต่อจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง จากอดีต ผบ.ทร.หมาด ๆพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ มาสู่ ผบ.ทร.ป้ายแดง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ แนวรบมิเคยเปลี่ยน “ผมจะสานต่อเรื่องเรือดำน้ำต่อไป โดยได้ประสานกับทางกลาโหมเยอรมนีในการให้ยืดเวลาการขายเรือดำน้ำ U206A ทั้ง 6 ลำต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อรอให้คณะรัฐมนตรีของเราพิจารณา ซึ่งเยอรมนีก็เข้าใจเรา” และ “ผมหวังว่าจะเข้าสู่ ครม.ในวันอังคาร (11 ต.ค. 2554)” ...เป็นคำให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ ผบ.ทร.ป้ายแดงล่าสุด เหตุผลที่ซื้อ คือเพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติ แล้วยังไว้ปกป้องทรัพยากรในอ่าวไทยและในทะเลด้วย กับเป็นอีกศาสตร์ที่กองทัพเรือต้องมี ผิวน้ำ อากาศ และใต้น้ำ นอกจากนั้นคือ ประเทศรอบบ้านเราล้วนมีเรือดำน้ำกันหมดแล้ว ฉะนั้นไทยต้องสมดุลให้เกิดความทัดเทียมกันในเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อสิงคโปร์มีเรือดำน้ำ 4 ลำ ซื้อจากสวีเดน มาเลเซีย 2 ลำ ซื้อจากฝรั่งเศส เวียดนามมี 6 ลำ ซื้อจากรัสเซีย รวมทั้งพม่าเองก็อยากได้ไว้อวดโลก เตรียมจะซื้อจากจีนอยู่ สำหรับเรือดำน้ำที่กองทัพเรือไทยจะซื้อ เป็นของเยอรมนี จำนวน 6 ลำ รุ่น U206A และเป็น 6 ลำสุดท้ายของโลก เพราะเยอรมนีจะไม่ผลิตออกมาขายอีกแล้ว รุ่นนี้ผลิตโดยวัสดุพิเศษ non magnetic steel มีข้อเสียคือ บำรุงรักษายาก การปะ การเชื่อม ต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรที่อบรมเฉพาะ ผิดกับที่ขายให้ประเทศอื่นที่เป็นรุ่น U209A การซื้อ 6 ลำเพราะต้องเอา 2 ลำมาถอดเป็นอะไหล่สำหรับ 4 ลำที่จะเอามาประจำการ ’ถ้าเปรียบเป็นรถเบนซ์ก็เหมือนเราซื้อรถอายุ 36 ปีมาขับ และเป็น 6 คันสุดท้ายของโลก อย่างนี้ใครจะซื้อมั้ย?“ ทั้งนี้ งบฯที่ตั้งไว้ตอนแรก 7,591 ล้าน ได้ปรับลดเหลือ 6,995 ล้านในตอนนี้ แต่ที่กลายเป็นหัวข้อวิจารณ์อึงมี่คือ ทำไมจับจ้องจะซื้อเรือดำน้ำรุ่นเก่าเก็บของเยอรมนีมาใช้ในงานสำคัญของชาติ ทำไมไม่มองของชาติอื่นบ้าง? ซื้อแล้วคุ้มค่ากับเงินภาษีหรือไม่ ลำละล้านสองล้านเสียเมื่อไหร่ ก็ดูสิ เรือเหาะเกือบ 400 ล้านที่กองทัพอ้างว่าซื้อไว้ตรวจดูพวกโจรใต้ก่อเหตุ เอาไปเอามากลับบินไม่ขึ้นซะงั้น เครื่องมือตรวจหาระเบิดจีที 200 เอาเข้าจริงกลายเป็นเครื่องมือลวงโลก เป็นได้แค่ไม้ตีพริก ผ่าเข้าไปข้างในเจอแต่แบตเตอรี่ 2 ก้อนประกบไว้ แต่คนไทยต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องละเป็นล้าน ความเสียหายทั้งหมดยังจับมือใครดมไม่ได้เลยจนบัดนี้ หันมาดู เรือดำน้ำ  U206A รุ่นสุดท้ายของโลกที่กองทัพเรืออยากได้ พบข้อท้วงติงมากมาย... ตอร์ปิโดประจำเรือจะต้องมีอุปกรณ์ตรวจสอบสมรรถภาพทุกอาทิตย์ เพราะกระสุนตอร์ปิโดไม่เหมือนกระสุนทั่วไปที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงดันของดินปืน แต่นี่นอกจากต้องเคลื่อนด้วยใบพัดแล้วยังต้องมีเครื่องนำร่องด้วยเครื่องมือนี้รวมใน 6,900 กว่าล้านหรือไม่ หรือว่าแยกขายต่างหาก แล้วงบฯจะบานแค่ไหน ท่อยิงตอร์ปิโด...นี่ก็เป็นเรื่องละเอียด อ่อนมาก การซ่อม...ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และพบว่าที่ผ่านมาเยอรมนีไม่ยอมสอนใครเลย ทีมแพทย์เฉพาะทาง แรงดัน แรงกดอากาศในเรือดำน้ำ นักจิตบำบัด มีไหม คนประจำเรือลำละ 36 คน 4 ลำก็ 144 คน จะดูแลกันอย่างไร และเมื่อประเทศอื่น ๆ เลิกใช้แล้ว อะไหล่บางชิ้นก็จะไม่มีการผลิต ผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุงเกษียณไปหมดแล้วจะทำอย่างไร ปัญหาเต็มไปหมด เหนืออื่นใด การตั้งงบฯจัดซื้อที่ว่าเป็นแบบรัฐต่อรัฐนั้น เมื่อลงลึกในรายละเอียดพบว่า ในงบฯ 6,900 กว่าล้านนั้น เป็นงบฯก่อสร้างกองบัญชาการที่สัตหีบ 1,000 ล้าน แต่เป็นค่าซ่อมเรือถึง 4,000 ล้าน โดยต้องส่งซ่อมที่อู่ต่อเรือของเอกชนที่ชื่อ STW ในเยอรมนี ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วใช้งานได้เลย และเป็นค่าซื้อเรือดำน้ำ 6 ลำจริง ๆ แค่ 1,000 ล้านเศษเท่านั้นเอง นี่คือเงื่อนปมใหญ่มาก ทำไมค่าซ่อมเรือถึงมากมายมโหฬารขนาดนี้ ไม่ต้องมี 6 ลำ เอาแค่ลำเดียว แต่เป็นของใหม่ดี ๆ ไปเลย ไม่ดีกว่าหรือ??? อะไรไม่ว่า การเดินทางไปดูงาน ลือกันว่าล็อกไม่ให้คนที่รู้เรื่องการซ่อมบำรุงอาวุธ รู้เรื่องระบบเครื่อง ได้โผล่ไปร่วมขบวน เพราะเกรงว่าหากไปเห็นของจริงแล้วจะคัดค้านเอา จึงมีแต่พวกส่งกำลังบำรุงไปแทน ผิดฝาผิดตัวไปหมด ก็ชอบแล้วที่ พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ออกมาเบรกหัวทิ่มว่า “ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าให้มากที่สุด ไม่ใช่ดูแค่ความโปร่งใสอย่างเดียว ไม่ใช่ซื้อมาแล้วพัง ไม่มีเงินซ่อม อย่างเฮลิคอปเตอร์ชีนุก ซื้อมา 4 ลำ วันนี้บินได้ลำเดียว คุ้มค่าหรือไม่ ...ต่อไปนี้หากเหล่าทัพของบฯก้อนใหญ่ซื้อยุทโธปกรณ์ และชี้แจงข้อมูลไม่เคลียร์ ไม่ได้ฟังทุกฝ่าย รมว.กลาโหมจะตั้ง คกก.ตรวจสอบหมด ไม่งั้นเซ็นก็โดนด่า ไม่เซ็นก็โดนด่า แต่เซ็นอนุมัติโดนหนักกว่า โดนด่าอมตะชั่วชีวิต เหมือนโครงการเรือเหาะ หรือ จีที 200 นั่นไง” เมื่อเงินทุกเม็ดเป็นของประชาชน ก็ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ โปร่งใส และใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่ซื้อแล้วเหมือนซื้อเศษเหล็กมากอดไว้ ใช้งานอะไรไม่ได้ เป็นได้เพียงอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศอดสู หรือดำน้ำแล้วไม่โผล่ตลอดกาล ต้องไม่เป็นเช่นนั้น. http://goo.gl/ScNud
สำหรับ Post นี้ผมขอตั้งขอสังเกตแบบบ้านเลยน่ะครับ กองทัพเรือไทยจะซื้อ เป็นของเยอรมนี จำนวน 6 ลำ รุ่น U206A และเป็น 6 ลำสุดท้ายของโลก เพราะเยอรมนีจะไม่ผลิตออกมาขายอีกแล้ว รุ่นนี้ผลิตโดยวัสดุพิเศษ non magnetic steel มีข้อเสียคือ บำรุงรักษายาก การปะ การเชื่อม ต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรที่อบรมเฉพาะ ผิดกับที่ขายให้ประเทศอื่นที่เป็นรุ่น U209A การซื้อ 6 ลำเพราะต้องเอา 2 ลำมาถอดเป็นอะไหล่สำหรับ 4 ลำที่จะเอามาประจำการ ’ถ้าเปรียบเป็นรถเบนซ์ก็เหมือนเราซื้อรถอายุ 36 ปีมาขับ และเป็น 6 คันสุดท้ายของโลก อย่างนี้ใครจะซื้อมั้ย?“   อ่ะไหล่ของรุ่นนี้สามารถแชร์กับอ่ะไหล่ของรุ่น  u209 ได้ครับ สำหรับการซ่อมนั้นไม่ต้องห่วงอ่ะครับยังไงมันก็ต้องมีการสอนกันมาอยู่แล้วน่ะครับ   ทำไมจับจ้องจะซื้อเรือดำน้ำรุ่นเก่าเก็บของเยอรมนีมาใช้ในงานสำคัญของชาติ ทำไมไม่มองของชาติอื่นบ้าง? ซื้อแล้วคุ้มค่ากับเงินภาษีหรือไม่ ลำละล้านสองล้านเสียเมื่อไหร่ ก็ดูสิ ถ้า กองทัพเรือจะซื้อ u209 คุณจะสนับสนุนป่าวอ่ะครับ ลำล่ะ  หลายหมื่อนล้านคุณสนับสนุนป่าวอ่ะครับ แค่นี้ก่อนล่ะกันครับ

สืบ นาคะเสถียร

ตุลาคม 7th, 2011 ไม่มีความเห็น
สืบ นาคะเสถียร ปัจจุบันผมกล้าพูดได้เต็มปากว่ามีเด็กไม่กี่คนที่จะรู้จักชื่อนี้  สืบ นาคะเสถียร บุคคลที่แสดงให้เห็นว่าบ้างครั้งนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้อง ฟังเสียงของข้าราชการคนเล็กๆบ้าง    สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่แสดงให้เห็นว่าบ้างครั้งเงินก็ไปสามารถซื้อ อุดมการณ์ ของคนเล็กแต่จิตใจยิ่งใหญ่ได้  สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่แสดงให้เห็นว่าบ้างครั้งคนเราต้องสิ้นชีพก่อนที่จะมีคนฟังคำพูกของเรา.... พูดมาเยาะแล้วลองมาดูประวัติของ สืบ นาคะเสถียร กันหน่อยแล้วคุณจะรู้ว่าอุดมการณ์บ้างครั้งต้องแลกมาด้วยชีวิต  ...
สืบ นาคะเสถียร หรือชื่อเดิม "สืบยศ" เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคมพ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บุตรของ นายสลับ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนางบุญเยี่ยม สืบมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบเป็นบุตรชายคนโต น้องชายและน้องสาวอีก 2 คนคือ กอบกิจ นาคะเสถียร และ กัลยา รักษาสิริกุล สืบมีบุตรสาว 1 คนชื่อชินรัตน์ ในวัยเด็ก สืบ ได้ช่วยงานในนาของมารดาด้วยความอดทน บุคลิกประจำตัว คือเมื่อเขาสนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด สืบได้ช่วยทำงานในนา ของมารดา เมื่อว่างจากภาระดังกล่าว ก็ออกท่องเที่ยวไปกับเพื่อน โดยมีหนังสติ๊กคู่ใจ สืบ นาคะเสถียร ได้เข้ามารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ในปี พ.ศ. 2531 และสืบได้พยายามเสนอให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และป่าห้วยขาแข้ง มีฐานะเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ จากองค์การสหประชาชาติ โดยเล็งเห็นว่าฐานะดังกล่าวจะเป็นหลักประกันสำคัญ ที่จะคุ้มครองป่าผืนนี้เอาไว้อย่างถาวร โดย ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่อังกฤษ พร้อมกับได้รับมอบหมาย ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญมากไม่แพ้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในปี พ.ศ. 2533 สืบได้จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ได้เป็นวิทยากรบรรยาย และร่วมอภิปรายในโอกาสและสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง โดยเน้นเรื่อง "การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาที่เกี่ยวข้อง" และ "การอพยพสัตว์ป่าตกค้างในเขื่อนเชี่ยวหลาน" ด้วยป่าห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่อุดมไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่าอันล้ำค่า ทำให้หลายฝ่ายต่างก็จ้องบุกรุกเข้ามาหาผลประโยชน์ สืบได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะรักษาป่าผืนนี้ไว้ให้ได้อย่างชัดแจ้ง ได้ประกาศให้รู้ทั่วกันว่า "ผมมารับงานที่นี่ โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน" ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปรับงานหัวหน้าเขตฯ ถึงแม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถปกป้องป่าได้ เนื่องจาก การดูแลผืนป่าขนาดมากกว่าหนึ่งล้านไร่ ด้วยงบประมาณและกำลังคนที่จำกัด รวมถึงการทุจริตของเจ้าหน้าที่ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย และมากกว่านั้นปัญหาความยากจนของชาวบ้านที่อยู่อาศัยโดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่หวังผลประโยชน์ ได้ว่าจ้างชาวบ้านในเขตป่าสงวนเข้ามาตัดไม้ และลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าอนุรักษ์ ในทรรศนะของสืบ หนทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือการสร้างแนวป่ากันชนขึ้นมา โดยให้ชาวบ้านอพยพออกนอกแนวกันชน และพัฒนาแนวกันชนให้เป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง สืบได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำเพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ได้จบชีวิตของเขาลง และเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ" สองอาทิตย์ต่อมา บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ได้เปิดประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดย สืบ นาคะเสถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมหลายสิบครั้งแต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สักครั้งจนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ ทำให้มีข้อกล่าวว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร ได้ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อผู้คนที่รักธรรมชาติ และแสวงหาความเป็นธรรมในสังคม ทั้งนี้เพราะว่าในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ สืบมิได้เป็นเพียงข้าราชการอาชีพที่มีภาระการงานเกี่ยวกับการพิทักษ์ป่า และสัตว์ป่าเท่านั้น หากเป็นผู้นำคนสำคัญของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทย เป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกปักรักษาทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่คำนึงภัยอันตราย การจากไปของเขานับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นความสูญเสียที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติทุกคน ไม่อาจปล่อยให้ผ่านพ้นไป โดยปราศจากความทรงจำ
เพลงที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อระลึกถึง สืบ นาคะเสถียร ข้อขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/ http://www.seub.or.th/

สี่ปีเร็วเหมือนโกหก

ตุลาคม 1st, 2011 ไม่มีความเห็น
ไม่หน้าเชื่อว่านี้เกือบจะสี่ปีแล้วที่ได้มาอยู่ประเทศ singapore.. ใครจะคิดว่าเด็กคนหนึ่งที่เรียนได้เกรดแบบกลาง แถมตก วิชา ภาษาอังกฤษ จะได้มีโอกาศมาใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอก <น่ะเวลานั้นไม่เคยคิดว่าจะได้มาเรียน>อย่างที่หลายๆคนอยากมาเป็นกัน  สำหรับผมอยุ่ Singapore  มาเกือบสืี่ปีผมได้เห็นได้สัมผัสทั้งด้านดีและไม่ดีของประเทศนี้ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้าโรงเรียน montfort sec ได้พบเพื่อนที่ค่อยส่วนเหลือไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียน ชีวิตมัทยมโดยเฉพาะเทอมสุดท้ายถือว่าสนุกมากได้ทำกิจกรรมได้เที่ยว กับเพื่อนหรือแม้กระทั่งโดนเรียนหมู่กัน < โดนกันไป 12  คน> <ไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง>  ชีวิตมัทยมของผมใกล้จบลงแล้ว ตั้งแต่มานี้ยอมรับเลยผมได้ซึมซับเอาหลายๆอย่างของนักเรียนที่นี้ <แต่เรียกการเรียนอย่างไปถามถึง>   สำหรับวันนี้จบแค่นี้ก่อนเดียวพรุ้งนี้ค่อยมาต่อ

ขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

กรกฎาคม 26th, 2011 ไม่มีความเห็น
ขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เกิดขึ้นถึงสามครั้งเลยในเวลาไล่เรี่ยกันบอกได้คำเดียวว่าพวกท่านคือคนที่หน้ายกย่องอย่างยิ่ง และ สมควรแก่การได้รับการเชิดชูอย่างยิ่ง. _____________________________________________________________  
Categories: ทั่วไปๆ Tags:

อีกไม่นานก็จะสอบ

กรกฎาคม 14th, 2011 ไม่มีความเห็น
อีกไม่นานแล้วที่จะมีอิสระกับการเรียนสักที. เพราะว่าอีกแค่53วันเท่านั้นจะได้เริ่มสอบn level แล้วสอบครั้งนี้ไม่เครียดไรมากทำเท่าที่ทำได้เพราะใจตอนนี้ไม่อยากเรียนมัทยมอีกแล้วอยากเรียนโรงเรียนที่เลือกได้ว่าจะเรียนอ่ะไร. อีกๆแค่53วัน
Categories: ทั่วไปๆ Tags:

Google Chrome: ทูตมวยไทย

มิถุนายน 13th, 2011 ไม่มีความเห็น

โดนใจมากๆ

มิถุนายน 11th, 2011 ไม่มีความเห็น
Categories: ทั่วไปๆ Tags:

อยากได้อยากได้

พฤษภาคม 31st, 2011 ไม่มีความเห็น
อยากได้อยากได้เลนส์กล้องสองตัวนี้จัง Canon EF-S 17-55mm f/2.8 IS USM มูลค่า  35000 บาท

Canon EF 70-200mm f/4L IS USM

มูลค่า 35000   ราคามือสองทั้งหมด  อยากๆได้กิเลสทั้งนั้น
Categories: ทั่วไปๆ Tags:

ค่าใช้จ่ายของเด็กคนหนึ่ง

พฤษภาคม 28th, 2011 ไม่มีความเห็น
พอดีแม่โทรมาบอกว่าลูก อย่างใช้เงินเยาะน่ะ < เตื่อนมาหลายๆครั้งแล้ว >  ผมเลยคิดเล่นดูว่าผมมีค่าใช้จ่ายไรบ้างในแต่ล่ะเดือน ค่าบ้าน        1100 ค่าเรียน       250 ค่าเรียนพิเศษ  180 <เดือนนี้หน้าจะเพิ่มขึ้นเพราะเรียนสัปดาห์ล่ะสองครั้ง> ค่าโทรศัพท์    70+ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว  (150*4)=600 ค่าเดินทาง  40 1 100 + 250 + 180 + 70 + 600 + 40 = 2 240 คิดไปคิดมาก็ประมาณ เยาะว่ะ รวมแล้วต่อเดือน
Categories: ทั่วไปๆ Tags:

เพราะชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วันเท่านั้น บทความดีดี

พฤษภาคม 14th, 2011 ไม่มีความเห็น
เพราะชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วันเท่านั้น คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์ แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก เปล่าเลย ผมไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมาก หากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) .... ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืน วันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!! เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่า เพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเอง เหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ แน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...บ้า!!! และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตาย วันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อม การ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มา ปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็ ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็น แรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1074806#ixzz1MKXdgZN7
Categories: ทั่วไปๆ Tags: