คลังเก็บ

คลังเก็บสำหรับหมวดหมู่ ‘ไม่มีหมวดหมู่’

นักท่องเที่ยวภูเก็ต 14 ล้านคนต่อปี จริงดิ

กรกฎาคม 7th, 2017 ไม่มีความเห็น
เชื่อว่าถ้าใครเคยได้ฟังหรือเข้าประชุมร่วมกับข้าราชการหรือหน่วยงานต่างๆในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะนาน หรือ ไม่นานมาที่ เชื่อว่าต้องเคยประสบณ์เจอหรือ คุ้นหูกับการบอกจำนวนนักท่องเที่ยว จาก หัวหน้าหน่วยงานราชการจังหวัดหรือ แม้แต่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เอง ซึ่งตัวเลขเล่านี้ จะถูกนำไปใช้ไป ในการว่างแผนบ้านเมือง หรือ แม้แต่การว่างแผน แต่เราเคยส่งสัยไหมว่าตัวเลขเหล่านี้มายังไง !   ตั้งแต่กลางปี (2559 ) ผมเริ่มได้ยินตัวเลขจากหน่วยงานราชการต่างๆในพื้นที่ภูเก็ต ที่ บอกว่าจังหวัดภูเก็ต มีตัวเลข นักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง 14 ล้านคนต่อปี ซึ่งตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ผมก็ยังสงสัยมาตลอด ว่าตัวเลขนี้เริ่ม ต้น และ มีที่มาที่ไปอย่างไร   เมื่อ ลองยอดกับไปหา ข่าวต่างๆในจังหวัดภูเก็ต พบว่า ตัวเลข 14  ล้านคน ถูกกล่าวขึ้นครั้งแรก ช่วงปี 2559 จาก ประทานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ตาม ข่าว จาก ฐานเศรฐษกิจหัวข้อข่าว " เมืองใหญ่กระตุ้นแรงซื้อ ชูท่องเที่ยวเป็นแม่เหล็ก-หนุนบริโภคอัดครึ่งปีหลัง " ซึ่งในพื้นที่ข่าวครั้งนั้นได้มีการเปรียบเทียบตัวเลขของนักท่องเที่ยวในปี 2558 ไหวที่ 13 ล้านคน ทำให้ผมเริ่มที่จะสงสัยในตัวเลข และ ที่มาที่ไปของตัวเลข เหล่านี้   ผมเริ่มหาข้อมูลจาก Google ได้พบกับเอกสาร ของทางจังหวัดที่มีชื่อว่า บรรยายสรุปข้อมูลจังหวัดภูเก็ต พบว่าตัวเลข นักท่องเที่ยวจากช่องทางต่างๆ ได้ดังนี้ ทางน้ำ     ทางอากาศ     เห็นอ่ะไรกันไหมครับ ใน ปี 58 นั้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังแค่ 10.1 ล้านคนโดยประมาณ ( นั้นคือสถาน ณ การณ์ ที่ดีที่สุด ) เพราะในความเป็นจริงแล้ว นักท่องเที่ยว ที่มาทางเรือข้างต้น มาจาก เรือ speed boat และ นักท่องเที่ยว Day trip ที่เป็นการ นำข้อมูลซ้ำกัน   เพื่อเป็นการไม่เป็นการ Dis Creadit กันมากกันไป ผมเลยลองหาข้อมูลของ ตม ในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านเข้าเกาะภูเก็ตผ่าน ด้าน ตม   ได้พบข้อมูลดังนี้   ตัวเลขคนที่ผ่าน ตม ภูเก็ต สิ้นปี 2558 ในเดือน ธันวาคม ( หน้า high season ) เฉลี่ย 12,365 คน   เมือ คูณ 365 วันเข้าไปจะได้ 4.5 ล้านคน อันนี้คือ สถานการณ์ ดีที่สุดที่จะ พวกไม่เป็นการโกงกัน ตัวเลขของ ตม ทางเรือ เมือปี 2558 คือ 8,200 คน อ่าวแล้วตัวเลข 13 ล้านคน ในปี 2558 มาจากไหน  เพราะ 4.5 ล้าน คน ทางอากาศ + 8,200 คน ทางเรือ รวมๆแล้วให้ 4.6 ล้านคน และถ้าในปี 2559 ตัวเลขนักท่องเที่ยวโต 100% เลย ก็ยัง 9.2 ล้านคน ยังห่างใกล้ จากตัวเลข 13 ล้าน หลายคนบอก ว่านักท่องเที่ยวบ้างส่วนมาจาก สนามบินกระบี่   ซึ่งเห็นได้ชัดว่า มีเพียง  0.76 ล้านคนเท่านั้น ที่นักท่องเที่ยว ต่างชาติผ่านสนามบินกระบี่   เมื่อลองคำนวน สถานการณ์ ที่ดีที่สุดก็จะได้ประมาณ   ผู้โดยสานทั้งหมด ของสนามบิน ภูเก็ต 6.5 ล้านคน ( คิดว่าเพื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาลงเครื่องที่ กทม แล้วต่อ domestic flight มาภูเก็ต ) + นักท่องเที่ยวทางเรือ 8200 คน + จาก สนามบินกระบี่ 0.76 ล้านคน รวมทั้งสิ้น เป็นตัวเลขกลมๆ 7.5 ล้านคน   แล้วตัวเลข 13 ล้านคนในปี 2558 หรือตัวเลข 14 ล้านคนมายังไง เป็นคำถามที่คนเกี่ยวข้องต้องตอบ เพราะว่าตัวเลข เหล่านี้ล้วนเป็นตัวเลขที่ใช้ในการวางแผนพัฒนาเมือง หรือ ระบบ inferstructure ต่างๆ ของเมืองเพราะว่าการให้ตัวเลขที่ผิด หรือไม่มีที่มาที่ไปทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปในทางที่ไม่ถูกต้อง .........       http://www.thansettakij.com/content/87035 http://www.phuket.go.th/webpk/file_data/intropk/dataPK59.pdf

Solar + Wind ไม่ใช่ ตัวแทนของ พลังงานในอนาคต

มิถุนายน 11th, 2017 ไม่มีความเห็น
ได้มีโอกาส พูดคุยกับ หลายๆ คนเรื่อง การใช้ไฟฟ้า จากพลังงานทางเลือก ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลม น้ำ แสงแดด etc.... แต่ถาม ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถ มาทดแทน การ ใช้ไฟฟ้า หรือ การเลิกสร้าง โรงไฟฟ้า แบบ เดิมๆ ได้หรือไหม ? คำตอบคือไม่สามารถ ทำได้ด้วย เหตุผลง่ายๆ คือ ราคาแบตเตอรี่ ใน ตลาดโลกยังลงมาต่ำไม่เพียงพอ. ทำให้การใช้ ไฟฟ้าทางเลือก ที่ กล่าว ข้างต้น เป็นการเพิ่ม ภาระ ใน ระบบ ไฟฟ้า ด้วยซ้ำ ถ้า มอง ในเรื่องของระบบ เช่น สมมุติ ถ้า เรา ติด solar cell ขนาด 100 MW ในเวลา ปรกติ out put คือ 100 MW. แต่ถามว่า ถ้าเกิด มี เมฆ มาบัง output drop มา เหลือ 50 MW. ถามว่า ส่วนที่เหลืออีก กว่า 50 MW จะมาจาก ไหน ? คำตอบ คือ โรงไฟฟ้า ที่ มัน stable กว่า ก็คือพวก โรงไฟฟ้า ถ่านหิน น้ำ Gas ขยะ. การ ส่งเสริม นโยบาย พลังงานแสง อาทิตย์ ออกมา มากๆ ในปัจจุบัน โดย การ misleading ประชาชน ว่า คือทางเลือกของพลังงาน ระยะยาวนั้น ควร น่าจะมีการทบทวน ( ได้ข่าวว่าเริ่ม ทบทวน แล้ว ) เพื่อ ที่จะ รอ เทคโนโลยี แบตเตอรี่ สำหรับการเก็บพลังงาน เพื่อที่จะทำให้ ปริมาณไฟฟ้า ที่ ส่งออกมาจาก โรงไฟฟ้าsolar cell หรือsolar roof ต่างๆ นั้น มีความstable มากกว่า นี้
PS 1. ไฟฟ้าไม่ใช่ธุรกิจ ผูกขาด ทุกคนสามารถ ผลิตไฟฟ้า ขายกันเองได้ 2. หมู่บ้าน จัดสรร จะขายไฟฟ้า เองก็ทำได้ 3. ถ้าจะ ติด solar cell ใช้เองสามารถ ขออนุญาต การไฟฟ้าได้โดยตรง.

รถไฟฟ้า BYD E6

กุมภาพันธ์ 20th, 2017 ไม่มีความเห็น
หากเอ๋ยถึงรถไฟฟ้า ( ที่ไม่ใช่รถไฟ) แล้วนั้น หลายๆคนในวงการรถยนต์ หรือ วงการไอที คงนึกถึง รถยนต์ ยี่ห้อ Tasla ของเจ้าพ่อวงการ IT และ จรวด ที่ชื่อว่า Elon Musk แต่ ถ้าพูดถึงรถไฟฟ้า หรือ Eletric Car ในตลาดแล้วนั้น ในปัจจุบันมีหลายๆเจ้า หลายๆ  Brand เข้ามาทำการตลาด แล้วในปัจจุบัน เช่น Hyundai,BMW,Honda ซึ่งต่างก็เป็น Brand ที่ค่อยข้างคุ้นหูสำหรับ คนไทย แต่ หากเอ๋ย ถึง Brand รถยนต์ที่มีชื่อว่า BYD แล้วนั้น เชื่อว่าน่าจะมีน้อยคนที่รู้จัก   หากพูดถึง Electric Vehicle ในไทยแล้วนั้น ถือว่ายังถูกจำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และยังไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีรถบ้างคันที่ถูกนำเข้ามาในรูปแบบของ Gray Market หรือ นำเข้ามาผ่านบริษัท เพื่อใช้ในการศึกษา และ PR บริษัท เป็นหลัก , สาเหตุหลักๆยังมาจากราคาของตัวรถยนต์ที่ค่อนข้างสูง, ความคุ้มค่าทางการใช้งานจริง และ ในเรื่องของการบริการหลังการขาย   ตัวผู้เขียนได้มีโอกาศได้สัมผัส และ ทดลองนั้งรถยนต์ไฟฟ้า  BYD E6  ซึ่งเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาโดยบริษัท Loxley เพื่อโชว์ประสิทธิภาพ ของรถ    ก่อนอื่นต้องขอท้าวความ ข้อมูลเบื้องต้นของรถยนต์ ไฟฟ้า BYD E6 ก่อน   บริษัท BYD อาจะเป็นบริษัท รถยนต์ที่ไม่ค่อยคุ้นหูมากนักในกลุ่มคนไทย แต่ที่จริงแล้ว บริษัท รถยนต์ BYD นั้นถือเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวน รถยนต์ที่ขายได้มากกว่า 100,000 คันในปี 2016 โดยมียอดขายมากกว่า brand Tasla ที่เราคนไทยส่วนใหญ่รู้จักซะอีก  โดยสินค้าที่บริษัท BYD มีในตลาดนั้น มีทั้งสิน  สาม ส่วนหลักๆ 1. รถ Electric Car 2. Plug-in hybrid ( รถยนต์ที่สามารถ ใช้น้ำมัน และ Charge ไฟบ้าน ได้ ) 3. รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน 100 %   สำหรับในส่วน Electric Car นั้น จะแบ่งเป็น สองประเภท คือ รถยนต์นั้งส่วนบุคคล และ รถ Bus ไฟฟ้า / สำหรับรถ Bus ไฟฟ้านั้น เอาไหว มีโอกาศได้ลองแล้วจะมาเล่าให้ฟัง  
รถยนต์ BYD E6 100 % Electric Car รถยนต์ไฟฟ้ BYD รุ่น e6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 Kw. (121 แรงม้า) ขับตรงที่ล้อหน้า แบตเตอรี่มีความจุ 61 Kwh. ใช้เวลาในการประจุไฟฟ้า จาก 0-100% 2 ชม. ด้วยตู้ประจุไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 3P. 380V. / 60A. สามารถใช้งานได้ถึง 300 กม. ต่อการประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง เฉลี่ยอัตราสิ้นเปลือง 19.5 Kwh./100 กม. หรือประมาณ 0.78 บาท / กม.(คิดในอัตราค่าไฟฟ้า 4 บาท/1 kwh.) ความเร็วสูงสุดที่สามารถวิ่งได้ 140 กม./ชม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ประมาณ 9.2 วินาที มีระบบชาร์จไฟกลับในขณะที่เหยียบเบรคและรถยังมีความเร็วเกิน 10 กม./ชม. ระบบ ABS ช่วยควบคุมการเบรค ระบบ ESC ช่วยป้องกันการลื่นไถลของรถ ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ(หม้อน้ำ) ช่วยระบายความร้อนของมอเตอร์และอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ระบบปรับอากาศ ทำงานและควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า จึงสามารถทำความเย็นไนห้องโดยสารได้อย่างสม่ำเสมอ จำนวนผู้โดยสาร 5 คน และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 450 ลิตร
  นี้คือ Spac รถคร่าวๆของ BYD E6 ที่มีโอกาศได้ไปนั้ง  ในเรื่องของความกว้าง ของตัวรถแล้ว ถือว่ารถค่อนข้างกว้าง กว่ารถ size มาตฐาน ทั่วไปอย่างมาก นั้ง 5 คนได้อย่างสบายๆ  ในเรื่องการออกตัวของตัวรถเวลาติดไฟแดงนั้นถือว่าทำได้ดี เทียบเท่ารถยนต์น้ำมัน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือระบบขับเคลื่อนของรถ ที่มีเพียง  3 เกียร์ F N R เหมือนระบบขับเคลื่อนของรถกอล์ฟ ตามสตามกอล์ฟ ในเรื่องของ กำลังขับ ถือว่า ไม่แพ้รถยนต์ ธรรมดา เพราะ สามารถ ขับขึ้นเขา โต๊ะเชะ ได้อย่างไม่ยากเย็น   ในเรื่องความคุ้มค่าการใช้งานรถแล้วนั้น ลองดูได้จาก ตารางนี้
BMW x1 BYD E6
ราคารถใหม่ 2,600,000 3,000,000
ค่าน้ำมันต่อ หรือค่าไฟ 1 Km ( คิดที่ น้ำมัน 30 บาท ต่อลิตร 9 Km/ L ) 3.333 0.78
ค่าบริการหลังการขาย ( BMW free 50,000 KM ) 0 20,000
รวมตลอดอายุการใช้งาน 2,766,650 3,059,000
  เห็นได้ใช้ว่าระหว่างซื้อรถ  BMW X1  กับ BYD E6 น้ัน คนที่ซื้อ BMW X1 ยังมีเงินเหลือ อีก เกือบ 250,000 บาท หลังจาก ใช้รถได้ 50,000 กิโลเมตร  ( ถามว่าทำไหมค่าบริการหลังการขาย ของ BMW เป็น 0เพราะว่ารถยนต์BMW นั้น ฟรีทุกย่าง50,000 KM แรก  ในด้านของ BYD E6 ต้องเปลี่ยนน้ำมัน เกียร์ ทุก  25000-30,000 Km )     ในด้านของธุรกิจแล้วนั้น สำหรับผู้ที่จะลงทุนทำ charge Station สำหรับ BYD E6 eletric car นั้นอยู่ที่ชุดล่ะประมาณ 2-3 แสนบาท ซึ่งถ้าหากคิดที่ อัตราชาร์ 1 คัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในสถานะการทีดีที่สุดจะให้บริการได้  24 คันต่อวัน  โดยแค่ถ้าหากต้องการให้คืนทุน ตัว Charge Station จะต้องใช้เวลา ทั้งสิน 5.8 เดือน หากคิด Profit Magin ทั้งสิ้น 30 % ซึ่ถือว่า คิดค่อยข้างสูง แต่อย่าลืมว่าตัวเลจที่นำมาใช้คิดในฐานนี้ คิดใน สถานการณ์ ที่ดี ที่สุด โดยมีค่าเครื่อง 200,000 บาท รถทุกคันเติม จาก 0- เต็ม ทุกคันจะมีต้นทุนค่าไฟในการบริการ 240 บาท ต่อคัน ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะได้เกิด ไหม เพราะในปัจจุบัน ภาครัฐ ยังไม่ได้มีออกส่งเสริม หรือ กำหนดมาตฐานของรถไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็น่ากลัวว่าการถ้าหากบ่อยให้มีการนำเข้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่กำหนดมาตฐาน การมากำหนดมาตฐานตามหลังนั้น อาจทำได้ยาก มาก

My love story !?

กรกฎาคม 28th, 2016 ไม่มีความเห็น
Let say you Fall in-love with someone , and you fall in-love with other person but then back to fall in-love with the first girl. That sound like a crazy relationship and lot of drama and that is me.  My story start 4 years back when i get to know this girl who will i never thought will be the girl that i will chat with everyday til today. This girl also happen to be friendzone me by saying " i think with you as just a friend".  Added to that this girl also tell me every week that we can be just friend or brother. If normal people all this is already good enough to say "give up". But that not me.  She say she is a "what if person" not "oops" person that think about what going to happened if the relationship not work-out. But i want to tell her that if you never try then how you know?.  Recently she find out that i got her mum whatapp and we do some exchange of information , is amazed me that she did not scold or getting angry with me at all. So let see how this relationship will end. One of our friend say this  " from what i see u guys see each other as a friend but i can feel that u still hoping for a more serious kinda relationship while she is not into relationship as of now. But somehow both of u dont want to back off and act as if u guys are close like a bro and sis." . I can not imagine if one day she came up to me and say " i have boyfriend already ".  I can not imagine at all if i can not go back and talk to her at per normal.   WhatsApp-Image-20160728

PUT หรือ Call

มิถุนายน 8th, 2016 ไม่มีความเห็น
หลังจากลงทุนมานาน พึ่งรู้จัก การ เล่น PUT หรือ CALL ในตลาดหุ้น ซึ้ง PUT หรือCALL เป็นการเล่นหรือ ทำนายราคาตลาดซึ่งเพิ่ม โอกาศ การทำกำไรในตลาดในช่วงขาลง เท่าที่ดู option ต่างๆในตลาดถือว่ายังนอนทำให้บ้างครั้ง อยากจะ PUT บริษัท ซักแห่งแต่ไม่มี เศร้า สำหรับการ PUTCALL ของผมแล้วโดยเฉลี่ย จะดูอนาคต ธุรกิจ หากธุรกิจไหน เป็นธุรกิจตะวันตกดิน ผมจะ PUT หมด ถามว่า ตอนนี้ ผม PUT ตัวไหนบ้าง บอกเลย ว่า ผม PUT ปั๊มน้ำมัน PTT กับ ThaiAirway อยู่ ถามว่าทำไหม สำหรับเหตุผล ที่ผม PUT PTT เพราะว่า ปัจจุบันเท่าที่สังเกต ปั๊ม PTT หลายแห่งเริ่มที่จะปิดบริการ หรือเปลี่ยน brand ไปใช่ brand อื่นที่เป็นคู่แข่ง ของ PTT ซึ่งอันนี้มองได้หลายอย่าง มุมมองหนึ่ง อาจเกิดขึ้นเพราะว่า PTT ได้เพิ่มบริการ และบีบให้เจ้าของ ปั๊ม เพิ่มบริการต่างเพื่อตัดรายได้ ของเจ้าของปั๊ม    ในขณะเดียวกันนั้น คู่แข่งที่น่ากลัวของ PTT อย่าง PTG ผู้ให้บริการ ปั๊ม ในตาม PT น้ัน กำลังขยายสาขา และ focus ไปอย่างตลาดระดับล่าง ที่มีเป้าหมายแน่วแน่ ว่าต้องการเปิด 1 ตำบล 1 ปั๊ม   และถ้าเปรียบเทียบ PTT กับ PTG แล้ว ในระยะยาวผมเชียร์  PTG มากกว่า เพราะว่า ด้วยการ focus ในการขยาย brand ในรูปแบบ  ของ Company Own Company Operate ( COCO )  ซึ่งทำให้ บริษัท สามารถควบคุมบริหาร และ service ต่างๆได้มากกว่าของ PTT และ บริษัท PTG ยัง focus ในการควบคุม งานต่างๆได้มากกว่าของ PTT  เช่นงาน ด้าน Logistic และการลงทุนทำโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เอง ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าในระยะยาว ปั๊ม PT ชนะชาวนา รากหญ้าแน่นอน อีกตัวที่ผมได้ทำการ PUT ไหวก็คือ Thai airway international ถามว่าตัวนี้มีอ่ะไรที่ทำให้ผมมองว่า THAI ยังมีโอกาศลงได้อีก ต้องย้อนกลับไปที่ แผนปฏิรูปของการบินไทยที่ทำการลด พนักงงาน ลดจำนวนเที่ยวบิน และ รูทบิน ของการบินไทยเอง ซึ่ง หากย้อนกลับไป จุดแข่งจุดหนึ่งที่การบินไทยมีก็คือการบินตรงข้ามทวีประยะไกล นั้นเอง ถามว่านั้นทำไหมถึงเป็นจุดแข่งของการบินไทยก็เพราะว่าเส้นทางเหล่านี้  low cost ไม่สามารถ เปิดแข่ง หรือ เปิดแข่งได้ยากมาก ถึงมากทีสุด คู่แข่งที่ผมว่าน่ากลัวสำหรับการบิน ไทย นั้นผมมองว่าคือ PG สำหรับเที่ยวบินในประเทศเพราะ PG มีจุดเด่นและมีเอกลักณ์ นอกเนื่องจากนั้นแล้ว ตลาด low cost ล้วนมีผู้เล่นรายใหญ่ ไม่ว่าจะ AAV และ Lion air ที่ล้วนมาดึง market share ของการการบินไทยในตลาด ในประเทศ ถ้าหากรวมสามสายการบินเข้าด้วยกัน PG AAV Thai lionair แล้วนั้น สามสายการบินนี้ล้วนมีจุดแข่งในเส้นทางของตัวเอง ซึ่งเป็น network ที่ใหญ่มากๆในภูมิภาค ASIA โดยเฉพาะ ASEAN ซึ่งหากมองมุมนี้แล้ว การบิน low cost กับ full-service ไม่มีความแตกต่างกันมากหนัก ดังนั้นผมเลย PUT on THAI   ก็ต้องรอดูกันถึง Q2 ว่าจะกำไรหรือไม่กำไร โปรดติดตามกันต่อไป

MD & P april event wheel test.

กุมภาพันธ์ 9th, 2015 ไม่มีความเห็น

E Commerce กับตลาด ที่ยังมีโอกาศโต ในไทย

พฤศจิกายน 23rd, 2013 ไม่มีความเห็น
ปัจจุบัน ผมกล้สพูดได้เลยว่า คนเริ่มหันมาใช้ internet ในการซื้อขาย กันมากขึ้นในประเทศไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข่าวที่ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย โดยหลอกจากอีก ฝ่าย เพื่อให้เสียเงินก็มีเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นเหงาตามตัว แต่ อีกด้านของโลก USA กลับมีผู้เล่นหลายใหญ่ อย่าง Amazon ที่สามารถสร้างความไว้ใจ และ เชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า จนสามารถ สร้างรายได้เป็นอย่างมากให้แก่บริษัท ย้อน กลับมามอง ที่ตลาดประเทศไทยแล้ว ปัจุบัน ยังไม่มีผู้เล่นในตลาด รายใด ที่สามารถ ครอง market share และรับประกันคุณภาพ และ เวลาในการส่งสินค้าได้ เมื่อ เทียบ กับผู้นำตลาด อย่าง amazon ถึงแม้ในประเทศไทยจะมีผู้่้ล่นรายใหญ่อย่าง ตลาด.com หรือ INWshop.com และ dealfish.co.th ที่รวยเป็นผู้ให้บริการ ในการเปิด e cpmmerce shop แก่บุคคลทั่วไป และ มีจำนวน shop รวมกันอย่างมากมาย แต่ถ้ามองลึกลงไปใน detail แล้ว จะพบได้ว่า เว็บไซค์เหล่านี้ไม่สามารถ คุ้มคุณภาพ productt และ การบริการแก่ลูกค้าได้เลย ซึ่งถือว่าเป็นจุด อ่อนของบริการเหล่านี้อย่างมาก  ซึ่งช่องว่างในตลาดนี้เองที่เปิดโอกาศ ให้ผู้เล่นรายใหม่ สามารถเข้ามาชิง market share ได้อย่างไม่อยากเกิน พยายาม   สำหรับตัวผมแล้ว การจะเข้ามาในตลาดนี้ และ ครองสวนแบ่งในตลาดได้นั้น

การบินไทย กับ การจับประเด็น ที่ผิดของผู้เสพสื่อ

กันยายน 13th, 2013 ไม่มีความเห็น
เหตุการณ์ที่ดังที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้คงนี้ไม่พ้นเหตุการณ์ เที่ยวบิน จาก กวางโจว-สุวรรณภูมิ ของสายการบินไทย เกิดอุบัติเหตุ ลื่นไถลตกรันเวย์  ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงแรกดูเหมือนสื่อทุกฉนับจะ พุ่งประเด็นไปที การหาสาเหตุของ อุบัติเหตุ แต่ ไม่ถึง 24 ชั่วโมงให้หลัง การจับประเด็นของสื่อกลับพุ่งประเด็น ไปที่ "ทำไหมการบินไทยถึงพ่นสีดำ บนชื่อ และ logo " นอกจากสื่อสายหลัก ที่เลือกเล่นประเด็นนี้แล้ว สื่อ และ โลกสังคมออนไลน์ ต่างก็ออกมาโจมตี กับประเด็นนี้ กันอย่างไม่ลืมหูลืมตากันเลยทีเดียว สำหรับ post นี้ผมไม่ขอลงใน  detail ของรายอ่ะเอียดของอุบัติเหตุ แต่ผมขอลงใน รายละเอียด ของเหตุผล ที่สายการบินจำเป็นต้อง paint ลบ logo and name สำหรับเหตุผลของการกระทำนั้น สายการบินก็ได้แถลงการไปจนผมไม่ขอพูดแล้ว แต่ก็สรุปใจความง่ายๆ และ สำคัญได้ว่า เพื่อเป็นการปกป้อง brand image ของบริษัท และ ลด ความเสียหายต่อ brand สำหรับ post นี้ผมขอเอาภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับสายการบินในต่างประเทศ และมีแนวปฏิบัติ กระทำที่คล้ายกับ การบินไทย

เมื่อคิดอยากจะเล่น forex

พฤษภาคม 5th, 2013 ไม่มีความเห็น
หลังจากผมได้ฝีกวิชา หรือเรียกอีกอย่าง หาดวงในตลาดหลักทัพย์แห่งประเทศไทย set มานานก็ได้เวลาที่จะเริ่ม go inter ไปกับการหักเล่น forex. จริงผมอยากหัดเล่น forex มานานแล้วแต่ก็ติดอยู่เรื่องเดียวว่าอายุยังไม่ถึง 18 ปีก็เลยไม่สามารถเปิด acc ได้แต่ปีนี้ในที่สุดอายุผมก็ถึงก็เลยได้มีโอกาศเปิด acc สำหรับการเทรด forex อย่างเป็นทางการเสียที. หัดเล่น forex ได้ สองวันหมดไปแล้ว 200$ ถือว่าค่อยข้างมากเลย ( สามารถเอาเงินนี้ไปเที่ยว  batam ได้หลายวันเลย ) แต่ก็น่ะด้วยความที่อยากหาเงินด้วยต้นเองจาก forex ให้ได้ก็เลยได้เวลาฝีกกลยุทธ์ เพื่อที่จะได้มีกำไรกับการ เทรดบ้าง. หลายคนอาจสงสัยว่าทำไหมผมไม่เล่น set ต่อ บอกได้เลยว่าผมเบื่ออ่ะครับ เพราะเล่น set  ผมไม่ค่อยได้ใช้ฝีมือตัวเองในการเทรดเท่าไรเลยแต่ถามว่าผมได้กำไรมาเยอะป่าวบอกได้เลยว่า พอสมควร เอาไหวถ้ามีเทคนิคอ่ะไรแล้วจะเอามาแชร์น่ะครับ

ความจริง PTT ที่คนไทยควรรู้ โดย skypream

มีนาคม 25th, 2013 ไม่มีความเห็น
ก่อนอื่นบอกก่อนเลยน่ะครับว่า บทความนี้ผมสนับสนุน PTT น่ะครับ สำหรับคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้ข้ามไปได้เลยครับ   ความจริง ข้อที่ 1 การที่บอกว่า PTT นั้นเป็นบริษัทขายชาติ นั้นเรื่องนี้ผมบอกได้เลยว่าไรสาระมากเพราะปัจจุบันผู้ที่ถือหุ้นรายใหญ่ของ PTT เป็น ชาวไทย และเป็นของรัฐบาลไทยครับผม     ความจริงขอที่ 2 ที่ชอบบอกว่าประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันได้อย่างเหลือใช่นั้นสำหรับเรื่องนี ความจริงมีอยู่ว่าประเทศไทยมีความสมารถในการผลิตน่ำมันดิบเพียง วันล่ะ 90000 กว่า บาร์เรล เท่านั้นเอง (อ้างอิง 1) ซึ่งตัวเลขดังกว่าคือน้ำมันดิบอย่างเดียวน่ะครับ ไม่รวม ก๊าซธรรมชาติ อื่นๆ แต่ปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศมีสูงถึงวันล่ะมากกว่า 500000 บาร์เรล ต่อวัน (อ้างอิง 2) ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไหมต้องนำเขา   ความจริงขอที่ 3 เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า

รูปจาก page หยุดกระบวนการล้มประเทศไทย

ความจริงของเรื่องนี้มีอยู่ว่าเนื่องจากในกระบวนการกลั่นน้ำมันนั้นต้องใช้เครื่องมือและเครื่องจักร อันทันสมัยเพื่อที่กลั่นน้ำมันดิบมาเป็นเป็นน้ำมันรถ ผมเปรียบเทียบง่ายๆให้ก็คือ เหมือนเราตักน้ําโคลน มาเพื่อกรองมาเป็นน้ำดื่ม แต่เพราะ เครื่องจังเราไม่สามารถกรอง เศษดินได้สะอาดพอทำให้เราต้องเสียน้ำเหล่านั้นทิ้งไป แต่เดสะบุญ ที่เพื่อนบ้านของเรามีเครื่องมือกรองอันทันสมัยเลยมาขอซื้อน้ำมันเหล่านั้นไปกรองด้วยเครื่องมือของเขา   ความจริงข้อที่ 4 เรื่องที่ว่า

ภาพจาก หยุดกระบวนการล้มประเทศไทย

  สำหรับเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าทำไหมราคาน้ำมันในประเทศถึงมีราคาแพงมากนั้น ก็เป็นไปตามราคาตลาดโลกครับผมเพราะประเทศเรานำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอย่างมหาศาล และนอกเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมาแล้วยังต้องมีค่าการกลั่น น้ำมันดิบ ให้เป็น น้ำมัน ที่เราๆสามารถใช้ในรถได้  และนอกจากทั้งสองอย่างแล้วราคาน้ำมันยังต้องมีภาษีต่างๆ ที่ต้องเสียให้แค่รัฐบาลอีกมากมาย ตามนี้ครับผม

http://www.eppo.go.th/admin/km/KM-OilPriceStructure.pdf

http://www.eppo.go.th/admin/km/KM-OilPriceStructure.pdf

  เอาแค่นี้ก่อนค่อยมาต่อ     แหล่งอ้างอิง 1.รายงานปริมาณการผลิตปิโตรเลียม เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2556 http://www.dmf.go.th/service/monthlyReport.php?m=2&y=2013&ln=th   2. ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคคมนาคมขนส่ง http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=50&cno=992