คลังเก็บ

คลังเก็บสำหรับหมวดหมู่ ‘ไม่มีหมวดหมู่’

เราลองมาตั้งคำถามกับโพลต่างๆกันหน่อย

ธันวาคม 27th, 2012 ไม่มีความเห็น
  จากข่าว "โพลยก เรื่องเล่าเช้านี้ แรงเงา ยิ่งลักษณ์ สร้างสรรค์แห่งปี 2555" ทำให้ผมลองมาคิดวิเคราะห์ข่าวที่สังคมไทยกำลังได้รับ เพราะปัจจุบันมีโพลหลายต่อหลายสำนัก ที่ออกมารายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือชี้นำสังคม  ผมก็เลยอยากให้คนที่เสพข่าวหรือโพลของสำนักต่าง ลองตั้งคำถามเหล่านี้แก่ข่าวที่เราได้รับ ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อข่าวหรือโพลเหล่านั้น 1. โพลสำรวจ ใคร 2. เป็น blind test หรือมีการเจาะจงกลุ่มผู้ตอบคำถาม 3. คำถามที่ใช้ในโพลมีการชี้นำหรือไหม 4. นืยามคำว่าสร้างสรรค์ของโพลคืออ่ะไร 5. จำนวนผู้ตอบโพล 6. ผู้ที่ทำโพลมีส่วนได้เสียหรือไหม   เนื้อหาข่าว ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล) เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ที่สุดของความคิดสร้างสรรค์แห่งปี 2555” โดยเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 15-20 ธันวาคม ที่ผ่านมาจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในทุกสาขาอาชีพ และทุกภูมิภาคทั่วประเทศด้วยคำถามปลายเปิด และให้ผู้ตอบคิดคำตอบเองทุกข้อโดยไม่มีข้อคำตอบให้เลือก ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,275 คน เป็นเพศชายร้อยละ 46.9 และเพศหญิงร้อยละ 53.1 สรุปผลได้ดังนี้ 1. นักการเมืองของไทยที่มีผลงานสร้างสรรค์มากที่สุดในรอบปี 2555 คือ อันดับ 1 น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 52.1 อันดับ 2 นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 16.3 อันดับ 3 นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 15.3 อันดับ 4 ร.ต.อ เฉลิม อยู่บำรุง ร้อยละ 7.1 อันดับ 5 พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 2.6 2. โครงการ/นโยบายของรัฐบาลที่คิดว่าสร้างสรรค์มากที่สุดในรอบปี 2555 คือ อันดับ 1 โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ร้อยละ 18.1 อันดับ 2 โครงการรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล ร้อยละ 16.4 อันดับ 3 โครงการค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ร้อยละ 13.8 อันดับ 4 นโยบายปราบปรามยาเสพติด ร้อยละ 8.8 อันดับ 5 โครงการขยายเส้นทางเดินรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินสายต่างๆ ร้อยละ 7.7 3. หน่วยงาน /องค์กร ภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีภาพลักษณ์สร้างสรรค์มากที่สุดในรอบปี 2555 คือ อันดับ 1 กองทัพไทย ร้อยละ 8.9 อันดับ 2 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) ร้อยละ 8.7 อันดับ 3 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร้อยละ 8.5 อันดับ 4 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 7.9 อันดับ 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยละ 7.7 4. ละครทีวีของไทยที่สร้างสรรค์มากที่สุดในรอบปี 2555 คือ อันดับ 1 แรงเงา ร้อยละ 56.3 อันดับ 2 รากบุญ ร้อยละ 6.7 อันดับ 3 กี่เพ้า ร้อยละ 5.6 อันดับ 4 ธรณีนี่นี้ใครครอง ร้อยละ 4.5 อันดับ 5 ขุนศึก ร้อยละ 3.6 5. รายการทีวีที่สร้างสรรค์มากที่สุดในรอบปี 2555 คือ อันดับ 1 เรื่องเล่าเช้านี้ ร้อยละ 18.5 อันดับ 2 คนค้นฅนคนค้นคน ร้อยละ 7.5 อันดับ 3 กบนอกกะลา ร้อยละ 7.3 อันดับ 4 ชิงร้อยชิงล้าน ร้อยละ 7.0 อันดับ 4 ตี 10 ร้อยละ 7.0 อันดับ 5 The Voice ร้อยละ 6.7 ขอบคุณข่าวจาก Mthai.com บทความโดย Skypream.org

ผู้ต้องหากับการระเมิดสิทธิมนุษยชน

เมษายน 12th, 2012 ไม่มีความเห็น
เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ดูหรืออ่านข่าวในหน้าสื่อพิมพ์ ที่มีการจับผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวว่ามาให้สัมภาร์พ กับสื่อมวลชน และก็บ่อยครั้งที่จะมีคนดังของบ้านเมืองหรือ ข้าราชการระดับสูงมาร่วมแถลงข่าว หรือ เรียกให้ถูกก็คือมา เอาหน้านั้นเหลาะ และก็อีกนั้นเหละที่การแถลงข่าวเหล่านี้มักจะทำเรี่องที่ผิด กฏหมาย หรือ ผิด สิทธิมนุษยชน กันอย่าง เปิดเผย แต่ก็ไม่เคยมีใคร หรือ แม้แต่ ทนายของผู้ต้องหาคนไหนกล้ามาเอาจริงกับเรื่องอย่างน้ี หลายๆคนคงส่งสัยว่าการกระทำที่ผมกำลังพูดถึงนั้นมีอ่ะไรบ้าง? การกระทำที่พูดถึงก็มีเช่น ไม่ให้ผู้ต้องหาพูด หรือแม้แต่ เอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวด้วยความไม่เต็มใจ เรื่องอย่างนี้หลายๆคนคงคิดว่ามันคงไม่จำเป็นอ่ะไรหรอก ยังไงผู้ต้องหาก็คือผู้ต้องหาอยู่วันจนค่ำ แต่ในมุมมองของผู้้เขียนแล้วเรื่องอย่างนี้เหละที่ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาควรมีสิทธิ์ในการได้พูดหรือชึ้แจ้งความจริงบ้าง ผมเชื่อว่าบ้างครั้งหลายๆเหตุการณ์ผู้ต้องหาคงไม่ทำอ่ะไรลงไปถ้าไม่มีเหตุผล หรือ มีมวลเหตุ ไหนๆตำรวจก็เอาผู้ต้องหามาประจานแล้วตำรวจควรเปิดโอกาศให้เขาเหล่านั้นได้พูดหรือชึ้แจ้งตัวเองหน่อย (ส่วนผู้ต้องหาจะใช้สิทธิ์หรือไม่นั้นให้เขาเป็นคนคิดเอง) หลังจากผมได้มีโอกาศติดตามนักข่าวไปทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการ์ณ hiso ภูเก็ตถูกทำร้าย ผมได้ผมเห็นกับความ ไม่เป็นธรรมของบ้านเมือง เมื่ออำนาจเงินสามารถ ซื้อได้ทุกอย่าง เหตุการ์ณ ในวันนั้นผมขอไม่ลง รายอะเอียด มากหนัก แต่ประเด็นที่ผมเห็นแล้ว รับไม่ได้อย่างยิ่ง กับการทำงานของตำรวจไทยก็คือ หนึ่งในผู้ต้องหายกมือขึ้นเพื่อจะขอพูดกับสื่อมวลชนแต่ตำรวจยศผู้บังคับการ กลับไม่เปิดโอกาศให้ผู้ต้องหาพูด หลังจากเหตุการ์ณนั้นผมได้กลับบ้านมาพร้อมกับความมึนงงว่าทำไหมผู้ต้องหาพูดไม่ได้ ! หลังจากผมกลับมาหาข้อมูลอยู่นานผมก็ผมกับข้อกฎหมายมากมายที่ล้วนเปิดโอกาศให้ผู้ต้องหาพูด และ ข้อกฏหมายอีกมากมายเช่นกันที่ ผู้บังคับการ คนนั้นกำลังทำผิดกฏหมาย นี้คือข้อกฏหมายบ้างส่วนที่ผมหามาได้ 1. ว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น 2. มาตรา ๔๐บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้ ๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง แถมด้วย มาตรา 157แห่งประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ ข้อกฏหมายเหล่านี้หายไปไหนหมด ผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่หาควรเลิกความคิดที่ว่าคนรวยทำอะไรไม่ผิด เลิกได้แล้วกับความคิดที่จะจับผู้ต้องหาที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำเพื่อมาสร้างภาพลักษณ์ ของ hiso. เรื่องอย่างนี้ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องไรสาระของใครหลายๆคนแต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่เพราะการที่เราเอาชีวิตของคนหนึ่งคนมาประจาน นั้นหมายความว่าเขาเหล่านี้จะมีตราบาป ไปตลอดชีวิต ผมอยากให้คนเหล่านี้มีโอกาศได้ชี้แจ้งความจริงได้พูดในสิ่งที่เขาจะพูด เพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเขาเอง.  ก็ขอฝากไหวหน่อยน่ะครับ  

Pulau Ubin เกาะใน singapore ที่น้อยคนรู้จัก

มีนาคม 5th, 2012 ไม่มีความเห็น
พูดถึง singapore หลายๆคนคงพูดถึงแหล่ง shopping หรือ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง  universal studio , sentosa , หรือ marina bay sands แต่จะมีนักท่องเที่ยว สักกี่คนที่ทราบว่า สิงคโปร์ยังมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ ที่เรียกได้ว่าค่อยข้างสมบูรณ์ และยังเหมาะ อย่างยิ่ง แก่การออกกำลังกายช่วงเสาร์ อาทิตย์ อย่างยิ่ง สำหรับการเดินทางไป Pulau Ubin นั้น ก่อนอื่นเราต้องเดินทางไป  Changi Point Ferry Terminal ก่อนครับสำหรับค่าโดยสารไป Pulau Ubin  ก็เพียง 2.5$ ต่อคนต่อเที่ยวเท่านั้น สำหรับการเดินทางไปเกาะ Pulau Ubin นั้นคุณสามารถที่จะนำจักยาน ไปด้วยก็ได้ครับโดยทางเรือจะคิดค่าบริการเพิ่มเพียง 2-3$ หรือถ้าไม่สะดวกบนเกาะก็มีให้เช่าราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2$-15$ ต่อวัน สำหรับการนั้งเรือจาก ท่าเรือไปถึงเกาะ Pulau Ubin นั้นก็ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้นเองครับผม <เพื่อนๆที่รวม trip> สำหรับบรรยกาศวันที่เดินทางไปค่อยข้างจะมีคนค่อยข้างเยอะเต็มไปด้วยผู้คน โดยมีร้านให้เช่าจักยาน ให้เช่าไม่ต่ำกว่า 5 ร้านซึ่งถ้าผมเนาะนำก็ควรเดินดูให้ครบก่อน ก่อนจะตัดสินใจเช่าน่ะครับ นอกจากจะมีบริการให้เช่าจักยานแล้วบนเกาะยังมี การให้เช่า รถตู้เพื่อสำหรับคนที่ไม่อยากเดินอีกด้วยสำหรับราคานั้นผมไม่ได้สอบถามมาน่ะครับแต่ไม่น่าจะแพงเท่าไร สำหรับกิจกรรมบนเกาะมีทั้งเดินและปั่นจักยาน ครับโดยสองข้างทางก็จะเต็มไปด้วย วิว ธรรมชาติอีกแบบ ที่คุณไม่เคยคิดว่าจะได้เจอใน singapore สำหรับที่เหลือก็ขอบรรยาศด้วยภาพน่ะครับเพราะไม่รู้จะบรรยาศยังไงดี  

พูดถึงข่าว:ทุ่ม 50ล้าน เตรียมซื้อไอโฟน-ไอแพด แจกส.ส. มันมาได้อย่างไร

มีนาคม 5th, 2012 ไม่มีความเห็น
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ แนะควรสำรวจความจำเป็นในการใช้งาน ชี้เครื่องคอมพ์ในสภาก็ยังใช้ได้อยู่ รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (4 มี.ค.) นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดซื้อไอโฟนและไอแพด 700 เครื่อง มูลค่า 50 ล้านบาท ว่า ฝ่ายบริหารได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายข้าราชการประจำไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะได้อุปกรณ์ดังกล่าวช่วงใดนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด และหากใครจะคัดค้านก็เป็นสิทธิ และไม่รับเครื่องดังกล่าวก็ได้ แต่ทราบมาว่ามีสมาชิกจำนวนมากต้องการใช้ไอโฟนและไอแพดเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การจัดงบประมาณซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว เกิดจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แปรญัตติจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เพื่อจัดซื้อเครื่องสเปกที่ดีที่สุด โดยจะมอบให้ ส.ส.และ ส.ว. รวมทั้งข้าราชการระดับผู้อำนวยการทุกคน ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าวว่า สภาควรมีการสำรวจความเห็นของผู้ใช้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เพราะหากการแจกไปทั่วเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นตามมาอีกมา ส่วนที่มีแนวคิดให้ ส.ส.ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงนั้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้ของดีที่สุด. ที่มา  http://news.mthai.com/headline-news/156080.html
Iphone & Ipad  เพื่อ สส ! ฟังไม่ผิดหรอกครับว่า ซื้อมาแจก สส ราคามาใช้หลัการคิดกันแบบง่ายๆก่อนน่ะครับ 50 ล้าน หารด้วย 700 เท่ากับ 71 428.5714 คิดไม่ผิดหรอกครับ 7 หมื่นกว่าบาทเอง แต่เดียวก่อนเรามาดูราคาที่ พวกเราคนธรรมดา ซื้อได้มีที่ราคาเท่าไร? ผมลองเช็คจากเว็บของ apple ประเทศไทยตัว top สุด เพียง ฿ 25,900.00 เท่านั้น ส่วนต่างประมาณ 45 528.5714 บาทหรือประมาณ  63.74% ต่อเครื่องเท่านั้นเอง !!!!!!! ประเด็นที่สอง ที่จะให้ สส ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงนั้น ไม่ทราบ สส เขาเอาไปทำไรกันเหรอ เพราะผมเห็นประชุมก็ไม่ค่อยเข้าประชุมกัน หรือไหมเวลา เขา อภิปรายกัน ผมก็ไม่ค่อยเห็นใครอยู่ในห้องสักหน่อยช่วยใหญ่ ไปทำอ่ะไรกันข้างนอกห้องประชุมก็ไม่รู้ ก็ไม่รู้จะเอากัน ไปทำไหม แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าไร แต่ที่ผมอย่างให้ทางรัฐบาล หรือ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดูหน่อยก็คือ การที่เราเอาเทคโนโลยีโดยเฉพาะ พวก ipad iphone มาใช่พวกคุณลืมไปป่าวว่า มันมี app พวก find my phone ซึ่งสามารถติดตามเครื่อง ipad iphone ไปได้ทุกที่ พวกคุณไม่คิดกันเหรอว่ามันจะเป็นอันตราย ต่อความมั่นคงของประเทศป่าว หรือแม้แต่พวก what app หรือ Imessage ก็แล้วแต่  ข้อมูลเหล่านี้มันล้วนต้องผ่าน server ของต่างประเทศทั้งนั้น ซึ่งบ้างข้อมูลอาจเป็นข้อมูล ความลับของประเทศก็เป็นได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง ไม่ใช่แค่ iphone เท่านั้น bb อ่ะไรก็รวมอยู่ด้วย ก็ฝากด้วยครับน่ะครับ skypream

singapore airshow

กุมภาพันธ์ 21st, 2012 ไม่มีความเห็น
19.2.2012 singapore airshow  the bigger airshow in the southeast asia  ปีนี้ก็อีกหนึ่งปีที่ได้มีโอกาศได้ไปเที่ยวงาน airshow  งาน airshow  ที่ถือได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของ เอเชีย แต่เดียวก่อนหลายๆคนอาจคิดว่าไป airshow  เราจะไปดูเครื่องบินกัน ป่าวเลย เราไป airshow ครั้งนี้เราไปหาอ่ะไรกินกันครับ หมดเฉพาะค่าขนมกันไม่ต่ำกว่า 25$  <ไป food fair ยังอาจจะหมดน้อยกว่านี้อีกน่ะเนี่ย >

แอร์โฮสเตส อาชีพ ที่มากกว่าคำว่า คนใช้บนเครื่องบิน

กุมภาพันธ์ 11th, 2012 ไม่มีความเห็น
หลายครั้งหลายคราวผมมักได้ยินคำว่า"คนใช้บนเครื่องบิน" คำๆนี้ผมฟังกี่ครั้งผมก็ไม่ชินและไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนคิดอย่างนี้.  คุยเคยสงสัยไหมว่าทำไหมถึงต้องเปิดตอนเครื่องขึ้นหรือลง  ทำไหมแอร์ต้องเดินเช็คหลายๆต่อหลายรอบเพื่อแน่ใจว่าไม่คนใช้หูฟังระหว่างเครื่องขึ้นหรือลง และ อีกหลายๆอย่างที่แอร์โฮสเตส ห้าม  ผมเชื่อๆว่าน้อยคนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้  คุณๆเคยรู้หรือไหมว่ากว่าพวกเขาเหล่านี้กว่าจะมาเป็นแอร์โอสเตส พวกเขาเหล่านั้นต้องฝึกฝนหรือผ่านอ่ะไรมาบ้่าง การที่คุณดูถูกเขาเหล่านี้คุณรู้หรือไหม พวกเขาเหล่านี้สามารถกำหนดนาทีเป็น นาทีตายของผู้โดยสารอย่างเราๆได้ แอร์โฮสเตส พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถมากกว่าการแค่เดินเสริมอาหารบนเครื่องบิน แต่พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถในการเป็นพยาบาล เฉพาะหน้า  ได้อีกด้วยในยามที่จำเป็น และ ยังเป็นคนที่สามารถนำทางหรือช่วยอพยกเราออกจากเครื่องบินได้ในยามที่เราอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกหรือเรียกให้ถูกก็สภาวะกลัวตาย หลายๆครั้งที่ผมได้มีโอกาศเดินทางด้วยเครื่องบินและพบกับผู้โดยสารบ้างประเภทที่ดื้อ หรือเรียกให้ถูกก็คือไม่ทำตามคำเนาะนำหรือคำสั้งของ แอร์โฮสเตส เพียงเพราะ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระไม่จำเป็น หรือแม้กระทั้งบ้างคนเอาประเป๋ามวลค่าหลาย แสนบ้าน แต่หลับไม่ยอมทำตามคำสั้งหรือคำเนาะนำของแอร์ที่บอกว่าให้เก็บไหวบนที่เก็บเหนือศรีษะเพียงเพราะกลัวกระเป๋าสกปรก! สำหรับสาเหตุต่างๆที่ทำไหมแอร์ต้องสั้งนู่นสั้งนี้เราตลอดเวลาผมได้นำมาเสนอในบทความ ที่ชื่อว่า

ความปลอดภัยบนเครื่องบิน

   

เมื่อมีคนบอกให้ผมหยุดเรื่องของ ปลาๆๆๆ!

กุมภาพันธ์ 10th, 2012 ไม่มีความเห็น
เสียงโทรศัพท์เข้ามาจากญาติคนหนึ่งที่ผมนับถือมากคนหนึ่ง หลังจากที่คุยเรื่องของปลาๆใน FB แต่ก็โทรมาคุยกันต่อเพื่อความปลอดภัยของเราทั้งสองไม่ให้โดนข้อหาหมิ่น กัน ใจความสาระสำคัญทั้งหมดของการคุยกันในการคุยก็ไม่มีไรมากนอกจากพูดถึงการทำงานของผู้ประกาศข่าวช่องหนึ่ง และ ปิดท้ายด้วยยกตัวอย่างของคดีปลาๆ ว่าก็เหมือนกับคนมีเงินมีทองเวลาไปติดต่อเรื่องต่างๆก็ต้องมีการใส่เงินใส่ทอง ลงซองเพื่อให้ได้มาซึ่งความรวดเร็วและสะดวกสบาย แต่ผมกลับคิดว่าเรื่องของปลาๆทั้งหลาย ไม่ว่าทั้งฝ่ายของปลาน้ำลึกอย่างปลาวาฬ หรือ ปลาตามป่าชายเล อย่าง ปลาตีน กับต่างออกมาอย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องของปลาๆนั้นมีตัวบุคคลหรือพูดให้ถูกก็คือหัวหน้าครอบครับ แหล่งรายได้ของอีกหลายๆคนได้ถูกจับ  นอกจากนี้ครอบครัวของผู้ต้องหาเหล่านี้จะตกไปเป็นจำเลยสังคมจากการที่สังคมหรือสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเพียงข้างเดียวแล้ว !! เรื่องนี้จะจบอย่างไรก็ต้องค่อยติดตามแต่จากการที่ผมได้ไปอ่านคอมเม้นจากเว็บ social network แล้วผมเชื่อว่าสังคมคงได้ตัดสินใจไปเรียนร้อยแล้ว

นโยบาย รถ คันแรก? ทำเพื่ออ่ะไร

กุมภาพันธ์ 5th, 2012 ไม่มีความเห็น
ในปัจจุบันหลายๆประเทศกำลังร่วมกันร่วมกันรณรงค์ ให้ลดโลกร้อนกันอย่างจริงจัง โดยการออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้ระบบการขนส่งมวลชน เพื่อลดปริมาณรถบนถนน เพราะรถทุกคันต่างปล่อย แก๊ส หลายๆอย่างซึ่งล้วนเป็นตัวการณ์การก่อให้เกิด สภาวะโลกร้อน <เรื่องนี้ทุกคนรู้ดี แต่ทำไหม รัฐบาลไม่รู้> คงกล่าวได้ว่าหนึ่งในนโยบายที่ถือสร้างความรู้จักและเป็นที่พูดถึงในสังคมมากที่สุดของรัฐบาล พรรคเพื่อไทย คือ  นโยบาย รถคันแรก ซึ่งเท่าที่ได้หาข้อมูลมา จุดประสงค์หลักของ นโยบาลนี้ก็หน้าจะเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมณ์ เป็นหลัก..  ในขณะที่หลายประเทศในเอเชียกำลังต้องการลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน เมืองไทยกลับต้องการเพิ่ม !!!!   ฟังแล้วมันแปลกๆยังไงบอกไม่ถูก  หากภาครัฐต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมณ์จริงๆแล้วควรทำด้วยวิธีอื่นๆ อาทิ ลด ภาษีส่งออก เพื่อที่ บริษัทต่างประเทศจะได้ย้าน/สร้างฐานการผลิดในเมืองไทย และถือเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ ให้แก่ประชาชน อีกด้วย ประชาชนที่มีรายได้ไม่พอกับการซื้อรถยนต์ยังมีอีกเยอะถึงแม้จะลดภาษีดังที่กล่าวมาแล้วก็ตาม ผมมองในมุมกลับกันว่าควรเพิ่มภาษีลดยนค์ด้วยซำ้ไปเพื่อจะได้มีการนำงบประมาณดังกล่าวมาเพิ่มระบบคนส่งมวลชน <ขอเน้นหน่อย มวลชนไม่ได้หมายถึงแค่กรุงเทพและปริมณฑล น่ะครับแต่หมายถึง ประชาชนทั้งประเทศไม่ว่าจังหวัดเล็กใหญ่ ฐานเสียงตนหรือไม่>เพื่อประโยชร์ของคนจนหรือฐานะไม่ดี ดีกว่าไหม ผมขอยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ที่ออกมาตการเพิ่มราคารถยนต์ <คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่นี้คือเรื่องจริง >  โดยหากคุณต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศสิงคโปร์ คุณต้องซื้อ  Certificate of Entitlement(COE)  ซึ่งมีราคาประมาณ 1,802 - 73,890 sg dollar  หรือประมาณ 45050-1 847 250 บาท ไทย ก่อนที่คุณจะเอา ใบ coe นี้ไปซื้อรถยนต์ตามที่คุณต้องการได้  คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผม  ! แต่นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ประเทศที่เรียกได้ว่าเจริญแล้ว แต่กลับมีมาตการที่ต้องการลดปริมาณรถยนต์บนถนน และส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชลไม่ว่าจะเป็น bus หรือ mrt อ้างอิง http://www.oneshift.com/new_cars/lcoe.php

พูดถึงข่าว : คดี ปลาวาฬ

มกราคม 7th, 2012 ไม่มีความเห็น
[6 มกราคม] ตำรวจภูเก็ตแถลงรวบ 6 โจ๋ แทงปลาวาฬ อิสสระ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต แถลงรวบ 6 ผู้ต้องหา ร่วมกันแทงไฮโซปลาวาฬ พร้อมพวกสาหัส หลังทะเลาะกันในผับกลางเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2554 ที่ สภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุม 6 ผู้ต้องหาในคดีรุมแทง ปลาวาฬ วรสิทธิ์ อิสสระ ผู้บริหารโรงแรมศรีพันวา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังมีเรื่องทะเลาะกันในผับ โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายจรุงศักด์ แสวงกิจ อายุ 29 ปี, นายสุริยา ไกรเพียร อายุ 33 ปี, นายสุชาติ พาหละ อายุ 26 ปี, นายนฤเบศน์ เทศนอก อายุ 18 ปี, นายณัฐวุฒิ คงพลับ อายุ 19 ปี และนายวสันต์ โพธิ์ทอง อายุ 19 ปี ทั้งนี้ การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกันที่ร้านรัชฎา (ผับ) ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน คือ นายวรสิทธิ์ หรือ ปลาวาฬ อิสระ อายุ 31 ปี และนายนภดล ปรีชาวัย อายุ 30 ปี คนขับรถของนายวรสิทธิ์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่สาหัสอีก 1 คน คือ นายยุทธิพงศ์ สิมงาม อายุ 31 ปี เพื่อนของนายวรสิทธิ์ ส่วนสาเหตุมาจากผู้บาดเจ็บกับพวกประมาณ 5 คน เข้าไปเที่ยวในร้านแล้วเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับผู้ต้องหาดังกล่าว ซึ่งเป็นพนักงานดูแลร้าน แล้วถูกพนักงานทุบตีและใช้อาวุธมีดแทง ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายวรสิทธิ์ และพวกจริง ส่วนชนวนเหตุยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมให้ผู้ต้องหาได้ชี้แจง หรือให้ข้อมูลใ ดๆ กับสื่อมวลชน

อ้างอิง

ขอกล่าวก่อนน่ะครับว่าวันที่ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมผมได้มีโอกาศไปสังเกตการณ์ การแถลงข่าวด้วยตนเอง

คดีนี้แรกๆผมก็ไม่ได้คิดอ่ะไรมากเท่าไรแต่แล้วสิ่งที่ทำให้ผมกลับได้รับรู้ความจริง ว่า hiso หรือ กลุ่มทุน ทำผิดไม่ได้? ทำไหมผมคิดอย่างนั้นเหรอคุณย้อนกลับไปอ่ายข่าวน่ะครับ"อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายวรสิทธิ์ และพวกจริง ส่วนชนวนเหตุยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมให้ผู้ต้องหาได้ชี้แจง หรือให้ข้อมูลใ ดๆ กับสื่อมวลชน" ผมถามคุณตรงว่าถ้าคุณมีจิตใจยุติธรรม แล้วคุณตอบคำถามผมว่า ผู้ต้องหามีสิทธ์ พูด หรือชี้แจงความจริงกับ สื่อมวลชนหรือไม่ ? คำตอบอาจจะต่างกันออกไปแต่สำหรับผมแล้วผู้ต้องหามีสิทธิที่จะพูด เพราะอ่ะไรเหรอ?  1. ว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น  2. มาตรา ๔๐ บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้  ๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

แค่กฏหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สองอันนี้ผมว่าสังคมก็ควรรับรู้ไหวด้วย ว่าตำรวจมีเหตุผลอันได ที่ไม่ให้สื่อมวลชนได้สอบถามความเป็นของคดีต่อผู้ต้องกล่าวหา ในจุดนี้ผมยอมรับว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสื่อมวลชนแล้วไม่มีสิทธิที่ไปสอบสวนหรือหาความจริงต่อผู้ค้องกล่าวหา แต่ในเมื่อผู้ต้องกล่าวว่าจะพูดตำรวจมีสิทธิไรไปไม่ให้เขาพูด ?

สังคมไทยจะดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อ hiso ผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ ที่จะทำผิดกฏหมาย  จะมีก็แต่ คนจนที่เป็นคนผิดในสังคมของคนทั่วไป   ผมกล้าประกาศตัวตรงนี้เลยว่าถ้าผมไม่เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ค้องหาได้พูดในวันนั้น อย่างยิ่ง   ผู้ต้องหามีสิทธิจะฟ้องตำรวจในข้อหาตาม มาตรา 157แห่งประมวลกฎหมายอาญา  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ  เรื่องนี้จะจบลงที่ผู้ต้องหาทั้งหมดโดนสังคมที่ไม่รู้อ่ะไรเลย ประณาม ต่อไปหรือไม่  หรือจะมีการหาความจริงเรื่องนีอย่างยุติธรรม แล้วมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้กันต่อไปก็ต้องค่อยติดตาม

 

บทความโดย ภูเก็จ

พูดถึงข่าว : สภาฯ ผ่านร่างงบประมาณปี 55 แล้ว คะแนน 272 ต่อ 3

มกราคม 7th, 2012 ไม่มีความเห็น
สภาฯผ่านร่างงบประมาณปี 55 แล้ว 272 ต่อ 3 (ไอเอ็นเอ็น) สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ. งบ 55 ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 33 เสียง โดยนายกยืนยันว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง และเสนอต่อ ครม.ในการใช้งบกลางทุกครั้งพร้อมที่จะส่งรายละเอียดให้ตรวจสอบ หลังจากพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ปี 2555 มาตรา 26 จากนั้นก็ก็ไม่มีผู้อภิปรายในมาตราใดๆ ซึ่งทำให้เข้าสู่การพิจารณาในวาระ 3 ซึ่งที่ประชุมมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2555 ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 155 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ. รวมถึงขอบคุณที่แสดงความห่วงใยในเรื่องงบกลาง 1.2 แสนล้าน โดยยืนยันว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง และเสนอต่อ ครม.ในการใช้งบกลางทุกครั้งและหลังจากนี้พร้อมที่จะส่งรายละเอียดให้ตรวจสอบ และยืนยันว่าจะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และโปร่งใส จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 01.33 น. ที่ผ่านมา อ้างอิง
อภิปรายร่างงบประมาณ อภิปรายทำอ่ะไรในเมืองระหว่าง อภิปราย มีฝ่ายรัฐบาล นายก หรือผู้มีอำนาจมาฟังหรือค่อยรับข้อติชมจากฝ่ายค้านไปแก้บ้างหรือป่าวก็ไม่รู้ ยังไง สส ฝ่ายรัฐบาลก็ยกผ่านร่างงบอยู่แล้ว โดยไม่สนใจหลอก ว่าร่างมันถูกต้อง หรือ ป่าว เพราะกลัวรอบหน้าไม่ได้กลับมาเป็น สส กันอีก สังคมไทยเมืองไทยจะเจริญได้ไงในเมื่อ รัฐบาล ยังใช่พวกมากแล้วล่างไป อยู่เรื่อย โดยไม่ฟังเหตุผลของฝ่ายค้านกันบ้างเลย ถ้าผมมีอำนาจเปลี่ยนแปลง ได้ ผมปล่อยเสียอิสระไปเลย ให้ สส โหวต กันด้วยเหตุผลไม่ใช่โหวต กันด้วยว่า กูสังกัด พรรคนี้ต้องยกมือให้พรรคนี้เท่านั้น เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่นักการเมืองถูกปลูกฝังกันมาช้านาน โดนไม่มีการเปลี่ยนแปลงและ ยังคงไม่ต่อไป อีกนาน....