คลังเก็บ

ป้ายกำกับเรื่อง ‘เครื่องบิน’

แอร์โฮสเตส อาชีพ ที่มากกว่าคำว่า คนใช้บนเครื่องบิน

กุมภาพันธ์ 11th, 2012 ไม่มีความเห็น
หลายครั้งหลายคราวผมมักได้ยินคำว่า"คนใช้บนเครื่องบิน" คำๆนี้ผมฟังกี่ครั้งผมก็ไม่ชินและไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนคิดอย่างนี้.  คุยเคยสงสัยไหมว่าทำไหมถึงต้องเปิดตอนเครื่องขึ้นหรือลง  ทำไหมแอร์ต้องเดินเช็คหลายๆต่อหลายรอบเพื่อแน่ใจว่าไม่คนใช้หูฟังระหว่างเครื่องขึ้นหรือลง และ อีกหลายๆอย่างที่แอร์โฮสเตส ห้าม  ผมเชื่อๆว่าน้อยคนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้  คุณๆเคยรู้หรือไหมว่ากว่าพวกเขาเหล่านี้กว่าจะมาเป็นแอร์โอสเตส พวกเขาเหล่านั้นต้องฝึกฝนหรือผ่านอ่ะไรมาบ้่าง การที่คุณดูถูกเขาเหล่านี้คุณรู้หรือไหม พวกเขาเหล่านี้สามารถกำหนดนาทีเป็น นาทีตายของผู้โดยสารอย่างเราๆได้ แอร์โฮสเตส พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถมากกว่าการแค่เดินเสริมอาหารบนเครื่องบิน แต่พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถในการเป็นพยาบาล เฉพาะหน้า  ได้อีกด้วยในยามที่จำเป็น และ ยังเป็นคนที่สามารถนำทางหรือช่วยอพยกเราออกจากเครื่องบินได้ในยามที่เราอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกหรือเรียกให้ถูกก็สภาวะกลัวตาย หลายๆครั้งที่ผมได้มีโอกาศเดินทางด้วยเครื่องบินและพบกับผู้โดยสารบ้างประเภทที่ดื้อ หรือเรียกให้ถูกก็คือไม่ทำตามคำเนาะนำหรือคำสั้งของ แอร์โฮสเตส เพียงเพราะ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระไม่จำเป็น หรือแม้กระทั้งบ้างคนเอาประเป๋ามวลค่าหลาย แสนบ้าน แต่หลับไม่ยอมทำตามคำสั้งหรือคำเนาะนำของแอร์ที่บอกว่าให้เก็บไหวบนที่เก็บเหนือศรีษะเพียงเพราะกลัวกระเป๋าสกปรก! สำหรับสาเหตุต่างๆที่ทำไหมแอร์ต้องสั้งนู่นสั้งนี้เราตลอดเวลาผมได้นำมาเสนอในบทความ ที่ชื่อว่า

ความปลอดภัยบนเครื่องบิน

   

ความปลอดภัยบนเครื่องบิน

เมษายน 20th, 2011 ไม่มีความเห็น
อยากให้ท่านได้ตระหนักถึงสิ่งที่ลูกเรือร้องขอให้ทำสิ่งที่คุณจะป้องกันได้ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้คุณเอาชีวิตรอดในนาทีวิกฤตที่ผมภาวนาทุกค่ำคืนว่าไม่อยากให้เกิดอีก..ก็คือการเตรียมตัวเองให้พร้อม 1.ก่อนขึ้นเครื่องบินโปรดตรวจสอบสัมภาระของท่านให้ดีเอาของตัวติดตัวเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น การเสียค่าน้ำหนักเพิ่มไม่ทำให้เราต้องเสียเงินมากเท่าไหร่นะครับเพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่จำเป็นโหลดเถอะครับ 2.บางคนอาจเห็นว่าไม่สำคัญแต่ความรู้สึกผมการแต่งกายขึ้นเครื่องบินควรจะแต่งการให้เราคล่องตัวเพราะบางครั้งหากเราใส่กระโปรงยาว ส้นสูง หมวก หรืออุปกรณ์อะไรมากๆ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอาจเป็นอุปสรรคกับตัวเราเองก็ได้อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะครับ 3.ช่างสังเกต การเป็นคนช่างสังเกตทำให้เราสามารถเห็นความผิดพลาดอะไรได้มากมาย ถึงแม้ทางสายการบินต่างๆจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงสุดแต่ก็ไม่เสียหายหากท่านจะสงสัยว่าทำไมตรงนี้มีรอยแตก ได้กลิ่นอะไรมั๊ย ทำไมเสียงแปลกๆ ทำไมที่นั่งแบ่งไม่เท่ากัน เมื่อกี้เห็นควันตรงปีก ท่านถามลูกเรืออย่างผมได้ ผมเองก็จะได้เช็คก็เพอร์เซอร์อีกครั้งเพื่อความปลอดภัย 4.เมื่อขึ้นเครื่องมาแล้ว การมองว่าเครื่องนี้มีทางออกได้กี่ทาง ตรงไหนบ้างเรานั่งตรงนี้ ทางออกฉุกเฉินอยู่ตรงไหน ห่างจากเรากี่แถว นับไว้ในใจ ถ้าเกิดอะไรขึ้นข้างในมีควันเราเอาเสื้อคลุมไว้ แต่มือเราก็นับแถวเก้าอี้ไปยังทางออกได้ ข้างหน้าเราเป็นใคร ข้างหลังเราเป็นใคร หากเกิดอะไรที่เราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เราก็จะได้ขอให้เค้าช่วย 5.เมื่อลูกเรือประกาศปิดโทรศัพท์ ขอความร่วมปิดจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานว่าสัญญาณโทรศัพท์จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ผมเองก็ไม่อยากให้ใครต้องเป็นคนพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง บางท่านบอกว่าเครื่องยังไม่ขึ้นทำไมต้องปิด ผมขอเรียนให้ท่านทราบว่า ถึงแม้ครื่องจอดอยู่ แต่ในห้องนักบิน นักบินกำลังติดต่อกับหอบังคับการบินเรื่องข้อมูลต่างๆบางครั้งสัญญาณจากโทรศัพท์มือถืออาจทำให้นักบินได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดมาก็ได้ครับในระหว่างเครื่องจะจอดก็เช่นกันให้รอให้สัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดดับก่อนจึงค่อยปลดเข็มขัด เพราะหากเครื่องยังไม่นิ่งสัญญาณยังไม่ดับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ ส่วนโทรศัพท์เราจะประกาศให้ท่านใช้หลังออกจากเครื่องบิน ถึงแม้ว่าเครื่องจะจอดแล้ว ประตูเปิดผู้โดยสารกำลังลงแต่หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาท่านจะไม่มีทางรู้เลยครับ หากท่านพูดว่าท่านขอคนเดียวได้มั๊ย จำเป็นจริงๆ แล้วหากผู้โดยสารท่านอื่นเห็น ขอใช้บ้าง ถ้าใช้กันทั้งลำ การสื่อสารที่จำเป็นระหว่างลูกเรือหรือกัปตันกับผู้โดยสารก็จะล้มเหลวโดยปริยายเพราะฉะนั้นอย่าว่าหรือทำสีหน้าไม่พอใจกันอีกเลยนะครับ หากคราวหน้าลูกเรือแนะนำให้ปิดโทรศัพท์ ถึงเราจะไม่มีทางรู้ว่าท่านปิดจริงหรือไม่ แต่อยากให้คิดอยู่ในใจเสมอว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองเป็นสำคัญ ปิดเถอะครับ 6.ขณะสาธิตอุปกรณ์การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินอยากให้ตั้งใจดูจริงๆนะครับ เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยชีวิตคุณได้ หนังสือพิมพ์รอก่อน โทรศัพท์ค่อยคุย ง่วงนอนแค่ไหนก็ขอให้ฝืนดู เพราะมันสำคัญที่สุด - เข็มขัดนิรภัย ถึงแม้จากเหตุการณ์ของสายการบินผมจะมีผู้เสียชีวิตขณะนั่งรัดเข็มขัด ซึ่งบางท่านอาจคิดว่า ท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่มองในแง่ของการพิสูจน์ศพ บางท่านในเที่ยวบินนั้นได้กระเด็นออกจากที่นั่งเนื่องจากไม่รัดเข็มขัด ทำให้ไม่ทราบว่านั่งที่ไหน กับท่านที่นั่งรัดเข็มขัดกับที่เราสามารถตรวจสอบกับสายการบินได้ว่าผู้โดยสาร 23A ชื่ออะไร เป็นใคร ในกรณีอื่น หากเครื่องบินเกิดเสียหลักในเคบินจะเกิดแรงกระชากอย่างรุนแรง เข็มขัดนิรภัยเป็นสิ่งเดียวที่จะรั้งเราเอาไว้ และผมขอแนะนำว่าหากเกิดกรณีนั้นจริงให้ท่าน”ก้มหัวลงให้ต่ำที่สุด หรือจับข้อเท้าไว้ แล้วรอจนเครื่องจอดสนิท ถึงจะทำการอพยพ” หากลูกเรืออย่างพวกเรายังมีสติ เราจะเป็นคนสุดท้ายที่ลงจากเครื่องครับ การลองปลดเข็มขัดใส่เข็มขัดก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ จะทำให้เราชินมือ แล้วกรุณาปรับเข็มขัดให้อยู่ใต้สะดือและแน่นพอดีตัว เพราะหากท่านคาดหลวมๆเพื่อหลอกลูกเรือ(เหมือนเอาเข็มขัดนิรภัยรถมาทาบอกหลอกตำรวจ) มันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะครับ 7. หน้ากากอ๊อกซิเจน จะอยู่เหนือที่นั่งของท่านนะครับ หากระบบความกดอากาศในเคบินเปลี่ยนท่านสามารถใช้หายใจได้ อาจมีกลิ่นไหม้ แต่นั่นคือกลิ่นสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากัน ไม่มีอันตรายแต่อย่างใดครับ อีกอย่างแนะถ้าท่านมากับลูกหรือคนชราสิ่งที่ถูกต้องคือใส่ให้ตัวเองก่อนนะครับแล้วค่อยใส่ให้กับคนอื่น พราะหากเราใส่ให้ลูก เสร็จเราหมดสติ เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ อาจเลวร้ายกว่านี้ เด็กก็อาจเป็นอันตรายได้ครับ 8.เสื้อชูชีพอยู่ใต้ที่นั่งของท่าน การเอามือคลำดูก็เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งครับ หากไม่มี ท่านจะได้บอกลูกเรือได้ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินท่านอาจไม่ทันการณ์ อย่าลืมว่าเมื่อเวลานั้น เสี้ยววินาทีมีค่าที่สุดครับ 9. ทางออกฉุกเฉิน ท่านสามารถสังเกตุได้ตามที่พนักงานชี้ครับ และพนักงานจะชี้ไฟฉุกเฉินบริเวณทางเดินด้วย ขอให้ท่านสังเกตุให้ดี เพราะสิ่งนี้จะพาคุณไปยังทางออกครับ 9.1สำหรับท่านที่นั่งใกล้ทางออกฉุกเฉิน พึงตระหนักนะครับว่าท่านเป็นแรกที่หากเกิดเหตุฉุกเฉินท่านจะสามารถออกได้ก่อนห้ามนำกระเป๋าหรือสัมภาระวางขวางบริเวณนั้นเด็ดขาดครับ .............เพราะอะไรเหรอครับหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นไฟลุกมาจากด้านหลัง พนักงานเปิดประตูให้ท่านหนี แต่ขาท่านไปเกี่ยวกับสายกระเป๋าเป้แล้วท่านล้มลง คนอื่นสะดุดท่านล้มลงอีกเหตุการณ์อลม่าน ผู้โดยสารมองล้มกองคาทางออก ผมคงไม่ต้องบอกนะครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น เพราะฉะนั้นหากท่านนั้นบริเวณนั้นพยายามทำให้ทางเดินโล่งที่สุดไว้นะครับ 9.2การอธิบายวิธีการเปิดทางออกฉุกเฉินลูกเรือจะอธิบายวิธีการเปิดให้ท่านฟังพร้อมกับมีแผ่นให้ท่านอ่าน กรุณาศึกษาอย่างละเอียดครับ เมื่อก่อนที่ผมเคยเจอคือ ”ผมขึ้นบ่อย ไม่ต้องพูดแล้ว” หรือ ไม่ยอมฟัง ไม่สนใจ ตรงนี้เราซีเรียสมากครับ หากใครไม่เต็มใจนั่งเราจะย้ายทันทีถ้าท่านเห็นเหตุการณ์ที่เกิดกับสายการบินผม ท่านจะเห็นหน้าต่างฉุกเฉินถูกเปิดออกที่บริเวณปีกครับ แล้วผู้โดยสารส่วนนึงก็สามารถออกมาได้เพราะฉะนั้นผมขอร้องให้ตั้งใจฟังจริงๆครับ กราบข้อร้องจากใจจริง (เพราะผมไม่อยากให้เกิดอะไรร้ายๆขึ้นอีกแล้ว) หากมีข้อสงสัยถามได้ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างถึงแม้จะเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองทั้งสิ้นครับ -ทำไมเราถึงบอกให้ท่านเก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง ปรับพนักพิงเก้าอี้ตรงและเปิดม่านหน้าตา --เพราะทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นหากท่านไม่ทำตามก็จะเป็นสิ่งกีดขวางในการหนีภัยทั้งสิ้นครับ การเปิดม่านหน้าต่าง ก็เพื่อให้ท่านได้เห็นว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นมีไฟไหม้ มีควัน เป็นเนินดินหนีไปทางนั้นไม่ได้ เป็นแอ่งน้ำ สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อให้เราสามารถใช้ประมวลความเป็นไปได้ในการหนีภัยครับ ก่อนเครื่องจะทำการขึ้น ลูกเรือจะเดินตรวจความเรียบร้อยที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น บางท่านพอเรามาตรวจก็ปรับพนักพิงเก้าอี้ตรง แต่พอเราไปก็ปรับเอนอีก (ผู้โดยสารด้านหลังสารถแจ้งลูกเรือได้มันเป็นสิทธิความปลอดภัยของเรา ไม่ต้องกลัวเค้าเขม่น) บางท่านใช้หลังยันไว้หรือเอามือแกล้งกดปุ่มไว้แล้วบอกว่าเสีย พอเราขอปรับให้ท่าน ท่านก็โกรธ เราอยากชี้แจงว่าที่เราทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวท่านเองและผู้โดยสารท่านอื่นครับ ลูกเรือนั่งตรงประตูเค้ารู้วิธีหนีภัย เค้าสามารถหนีได้เป็นคนแรก เค้าจะไปเป็นคนแรกก็ได้ แต่เรา(ลูกเรือทั่วโลก)จะไม่มีวันทำเช่นนั้นครับ เพราะฉะนั้นเราถึงจ้ำจี้จ้ำไชกับท่าน ท่านอาจหงุดหงิด ท่านอาจด่าเรา report เรา แต่เมื่อถึงเวลาที่ท่านก้าวเท้าลงจากเครื่องไปอย่างปลอดภัย เราก็ถือว่าเราได้ทำหน้าที่เราสำเร็จแล้ว -ทำไมตอนเครื่องขึ้นและลง ถึงห้ามใส่หูฟัง ห้ามฟังเพลงห้ามเปิดเกมส์ --ก็เพราะระหว่างการนำเครื่องขึ้นและลงเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด หรือที่เราชาวลูกเรือเรียกว่า 11 นาทีวิกฤต อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดตอนการนำเครื่องขึ้นและลง หากระหว่างนั้นเราใส่หูฟัง ฟังเพลง เราจะไม่ได้ยินลูกเรือสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือหากเกิดเสียงผิดปกติเช่นระเบิด เสียงรั่วต่างๆเราก็จะไม่ได้ยิน หรือหากลูกเรา command อะไรที่ฉุกเฉิน ท่านจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ยิน ส่วนเกมส์หรือ mp3 นั้นเราก็เกรงว่าจะรบกวนระบบสื่อสารเช่นกัน -ถ้าปวดห้องน้ำระหว่างที่เข็มขัดยังเปิดอยู่ลุกไปได้มั๊ย --แนะนำว่าให้อดทนรอก่อนครับ เพราะอย่างที่บอก 11 นาทีวิกฤตยังไม่ผ่านอะไรก็เกิดขึ้นได้ หรือแม้ตอนเจอหลุมอากาศ การที่สัญญาณแจ้งเตือนเพราะกัปตันได้ตรวจเจอก้อนเมฆซึ่งอ่านทำให้เครื่องส่ายสั่น ทำให้ท่านไม่ปลอดภัยได้ (ความปลอดภัยของท่านอีกแล้ว) -แล้วทำไมลูกเรือเดินได้หล่ะ --อย่างที่บอกเราได้รับการเทรนมาอย่างดีวิธีการเดินตอนเครื่องสั่น หรืออะไรที่เซฟลูกเรือ ระหว่างการเทรน เราถูกครูจับใส่ไมโครชิพที่ทำให้เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า “ความปลอดภัยของท่านมาอันดับแรก” ฉะนั้นท่านจึงได้เห็นภาพแอร์หน้าซีด เดินขาถ่างมือนึงจับพนักพิง อีกมือถึงทิชชูมาให้ผู้โดยสารที่กำลังอาเจียน (แต่หากรุนแรงมากเราจำเป็นต้อง secure ตัวเองก่อน ไม่ใช่เห็นแก่ตัว แต่เป็นเพราะยิ่งเราปลอดภัยครบ 32 เท่าไหร่ เรายิ่งมีโอกาสช่วยเหลือผู้โดยสารมากเท่านั้น)ในกรณีที่ท่านนั่งอยู่ในห้องน้ำแล้วเกิดสภาพอากาศแปรปรวนให้ท่านรีบออกมาจากห้องน้ำมานั่งที่และรัดเข็มขัดทันที แต่หากไม่ไหวจริงๆ ขอให้ท่านจับที่จับในห้องน้ำและนั่งลงให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด แต่ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในห้องโดยสารจนทำให้หน้ากากออกซิเจนตกลงมา ท่านสามารถใช้หน้ากากในห้องน้ำได้ทันที แล้วเราจะรีบไปช่วยท่านครับ ********หากเกิดการ emergency landing สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือ 1. มีสติ หากเรารู้ล่วงหน้าเราจะแนะนำท่าที่ปลอดภัยตอนเครื่องลง แต่หากเกิดไม่ทันตั้งตัว เราจะตะโกนท่าที่ปลอดภัยให้ท่านทำตาม 2. ขอให้ท่านรอให้เครื่องจอดสนิทก่อน เพราะเราไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไร เมื่อเครื่องจอดแล้ว เราจะบอกให้ท่านปลดเข็มขัดแล้วทิ้งทุกอย่างไว้ ให้มาทางเรา ถ้ามีควันไฟขอให้ท่านใช้เสื้อผ้าปิดจมูก ปิดปาก แล้วกคลานให้ต่ำที่สุด 3. เมื่อท่านออกจากเครื่องได้แล้ว ขอให้ท่านอยู่ให้ห่างเครื่องมากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะระเบิดตอนไหน (แต่บางครั้งเหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็น step เช่นนี้ ยกตัวอย่างสายการบินของผม) การปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานต้อนรับอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่จะช่วยชีวิตผู้โดยสารมากกว่าการต้องคอยหาว่านั่งตรงไหนปลอดภัยที่สุด ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าล้อหลังไม่กาง เอาท้ายลง ด้านหลังก็เสี่ยง ถ้าเกิดน้ำมันรั่วที่ปีก ตรงกลางเสี่ยง ถ้าเกิดชนกระแทกด้านหน้า ด้านหน้าเสี่ยง เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเอง มีสติ ไม่ประมาท ช่างสังเกต ขี้สงสัย และระแวดระวัง(แต่ไม่ใช่ระแวง)เป็นวิธีที่ทำให้เราปลอดภัยที่สุด ผมเองคิดด้วยซ้ำว่าหากผมไปเป็นผู้โดยสารสายการบินไหนผมจะทำตามเคร่งครัดไม่ประมาท(อีกแล้ว) และมีสติ แล้วถ้าหากผมต้องเป็นอะไรไปผมก็จะไม่เสียใจที่หลังเลยว่าทำไมผมไม่รัดเข็มขัด ทำไมถึงประมาท........................ จาก Fw mail