คลังเก็บ

ป้ายกำกับเรื่อง ‘e6’

รถไฟฟ้า BYD E6

กุมภาพันธ์ 20th, 2017 ไม่มีความเห็น
หากเอ๋ยถึงรถไฟฟ้า ( ที่ไม่ใช่รถไฟ) แล้วนั้น หลายๆคนในวงการรถยนต์ หรือ วงการไอที คงนึกถึง รถยนต์ ยี่ห้อ Tasla ของเจ้าพ่อวงการ IT และ จรวด ที่ชื่อว่า Elon Musk แต่ ถ้าพูดถึงรถไฟฟ้า หรือ Eletric Car ในตลาดแล้วนั้น ในปัจจุบันมีหลายๆเจ้า หลายๆ  Brand เข้ามาทำการตลาด แล้วในปัจจุบัน เช่น Hyundai,BMW,Honda ซึ่งต่างก็เป็น Brand ที่ค่อยข้างคุ้นหูสำหรับ คนไทย แต่ หากเอ๋ย ถึง Brand รถยนต์ที่มีชื่อว่า BYD แล้วนั้น เชื่อว่าน่าจะมีน้อยคนที่รู้จัก   หากพูดถึง Electric Vehicle ในไทยแล้วนั้น ถือว่ายังถูกจำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และยังไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีรถบ้างคันที่ถูกนำเข้ามาในรูปแบบของ Gray Market หรือ นำเข้ามาผ่านบริษัท เพื่อใช้ในการศึกษา และ PR บริษัท เป็นหลัก , สาเหตุหลักๆยังมาจากราคาของตัวรถยนต์ที่ค่อนข้างสูง, ความคุ้มค่าทางการใช้งานจริง และ ในเรื่องของการบริการหลังการขาย   ตัวผู้เขียนได้มีโอกาศได้สัมผัส และ ทดลองนั้งรถยนต์ไฟฟ้า  BYD E6  ซึ่งเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาโดยบริษัท Loxley เพื่อโชว์ประสิทธิภาพ ของรถ    ก่อนอื่นต้องขอท้าวความ ข้อมูลเบื้องต้นของรถยนต์ ไฟฟ้า BYD E6 ก่อน   บริษัท BYD อาจะเป็นบริษัท รถยนต์ที่ไม่ค่อยคุ้นหูมากนักในกลุ่มคนไทย แต่ที่จริงแล้ว บริษัท รถยนต์ BYD นั้นถือเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวน รถยนต์ที่ขายได้มากกว่า 100,000 คันในปี 2016 โดยมียอดขายมากกว่า brand Tasla ที่เราคนไทยส่วนใหญ่รู้จักซะอีก  โดยสินค้าที่บริษัท BYD มีในตลาดนั้น มีทั้งสิน  สาม ส่วนหลักๆ 1. รถ Electric Car 2. Plug-in hybrid ( รถยนต์ที่สามารถ ใช้น้ำมัน และ Charge ไฟบ้าน ได้ ) 3. รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน 100 %   สำหรับในส่วน Electric Car นั้น จะแบ่งเป็น สองประเภท คือ รถยนต์นั้งส่วนบุคคล และ รถ Bus ไฟฟ้า / สำหรับรถ Bus ไฟฟ้านั้น เอาไหว มีโอกาศได้ลองแล้วจะมาเล่าให้ฟัง  
รถยนต์ BYD E6 100 % Electric Car รถยนต์ไฟฟ้ BYD รุ่น e6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 90 Kw. (121 แรงม้า) ขับตรงที่ล้อหน้า แบตเตอรี่มีความจุ 61 Kwh. ใช้เวลาในการประจุไฟฟ้า จาก 0-100% 2 ชม. ด้วยตู้ประจุไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 3P. 380V. / 60A. สามารถใช้งานได้ถึง 300 กม. ต่อการประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง เฉลี่ยอัตราสิ้นเปลือง 19.5 Kwh./100 กม. หรือประมาณ 0.78 บาท / กม.(คิดในอัตราค่าไฟฟ้า 4 บาท/1 kwh.) ความเร็วสูงสุดที่สามารถวิ่งได้ 140 กม./ชม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ประมาณ 9.2 วินาที มีระบบชาร์จไฟกลับในขณะที่เหยียบเบรคและรถยังมีความเร็วเกิน 10 กม./ชม. ระบบ ABS ช่วยควบคุมการเบรค ระบบ ESC ช่วยป้องกันการลื่นไถลของรถ ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ(หม้อน้ำ) ช่วยระบายความร้อนของมอเตอร์และอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ระบบปรับอากาศ ทำงานและควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า จึงสามารถทำความเย็นไนห้องโดยสารได้อย่างสม่ำเสมอ จำนวนผู้โดยสาร 5 คน และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 450 ลิตร
  นี้คือ Spac รถคร่าวๆของ BYD E6 ที่มีโอกาศได้ไปนั้ง  ในเรื่องของความกว้าง ของตัวรถแล้ว ถือว่ารถค่อนข้างกว้าง กว่ารถ size มาตฐาน ทั่วไปอย่างมาก นั้ง 5 คนได้อย่างสบายๆ  ในเรื่องการออกตัวของตัวรถเวลาติดไฟแดงนั้นถือว่าทำได้ดี เทียบเท่ารถยนต์น้ำมัน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือระบบขับเคลื่อนของรถ ที่มีเพียง  3 เกียร์ F N R เหมือนระบบขับเคลื่อนของรถกอล์ฟ ตามสตามกอล์ฟ ในเรื่องของ กำลังขับ ถือว่า ไม่แพ้รถยนต์ ธรรมดา เพราะ สามารถ ขับขึ้นเขา โต๊ะเชะ ได้อย่างไม่ยากเย็น   ในเรื่องความคุ้มค่าการใช้งานรถแล้วนั้น ลองดูได้จาก ตารางนี้
BMW x1 BYD E6
ราคารถใหม่ 2,600,000 3,000,000
ค่าน้ำมันต่อ หรือค่าไฟ 1 Km ( คิดที่ น้ำมัน 30 บาท ต่อลิตร 9 Km/ L ) 3.333 0.78
ค่าบริการหลังการขาย ( BMW free 50,000 KM ) 0 20,000
รวมตลอดอายุการใช้งาน 2,766,650 3,059,000
  เห็นได้ใช้ว่าระหว่างซื้อรถ  BMW X1  กับ BYD E6 น้ัน คนที่ซื้อ BMW X1 ยังมีเงินเหลือ อีก เกือบ 250,000 บาท หลังจาก ใช้รถได้ 50,000 กิโลเมตร  ( ถามว่าทำไหมค่าบริการหลังการขาย ของ BMW เป็น 0เพราะว่ารถยนต์BMW นั้น ฟรีทุกย่าง50,000 KM แรก  ในด้านของ BYD E6 ต้องเปลี่ยนน้ำมัน เกียร์ ทุก  25000-30,000 Km )     ในด้านของธุรกิจแล้วนั้น สำหรับผู้ที่จะลงทุนทำ charge Station สำหรับ BYD E6 eletric car นั้นอยู่ที่ชุดล่ะประมาณ 2-3 แสนบาท ซึ่งถ้าหากคิดที่ อัตราชาร์ 1 คัน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในสถานะการทีดีที่สุดจะให้บริการได้  24 คันต่อวัน  โดยแค่ถ้าหากต้องการให้คืนทุน ตัว Charge Station จะต้องใช้เวลา ทั้งสิน 5.8 เดือน หากคิด Profit Magin ทั้งสิ้น 30 % ซึ่ถือว่า คิดค่อยข้างสูง แต่อย่าลืมว่าตัวเลจที่นำมาใช้คิดในฐานนี้ คิดใน สถานการณ์ ที่ดี ที่สุด โดยมีค่าเครื่อง 200,000 บาท รถทุกคันเติม จาก 0- เต็ม ทุกคันจะมีต้นทุนค่าไฟในการบริการ 240 บาท ต่อคัน ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะได้เกิด ไหม เพราะในปัจจุบัน ภาครัฐ ยังไม่ได้มีออกส่งเสริม หรือ กำหนดมาตฐานของรถไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็น่ากลัวว่าการถ้าหากบ่อยให้มีการนำเข้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่กำหนดมาตฐาน การมากำหนดมาตฐานตามหลังนั้น อาจทำได้ยาก มาก